"พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ" ทำงานด้วยความสนุกและท้าทาย

13 May 2017





ความงาม เป็นธุรกิจที่ใครๆ ก็ยังมองว่า เป็นธุรกิจดาวรุ่งต่อเนื่องมากหลายปี และยังมีแนวโน้มที่จะรุ่งไปอีกเรื่อยๆ แต่ในสายตาและมุมมองของคนทำธุรกิจอย่าง "น.พ.พุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ" ผู้ก่อนตั้งและผู้อำนวยการ เอไอซี คลินิก กลับเห็นสวนทาง แม้จะไม่ใช่ธุรกิจดาวร่วง แต่ก็เป็นธุรกิจที่ไม่รุ่งโรจน์เหมือนหลายๆ ปีที่ผ่านมา

ทำไมคุณหมอถึงมองแบบนั้น...เหตุผลสั้นๆ ง่ายๆ คือ ซัพพลายมันเยอะจนล้นตลาด เนื่องจากความหอมหวนของธุรกิจที่ยังมีความต้องการในตลาดมาก นักธุรกิจ นักลงทุน แพทย์ ทั้งหลาย จึงแห่กันเข้ามาเหมือนแมงเม่า แต่แล้วก็ต้องจากไปเหมือนแมงเม่าด้วยเช่นกัน ซึ่วงเห็นได้ชัดมากจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วง 2-3 ปีทีผ่านมา พวกที่ขยายสาขามากๆ ต้องล้มหายตายจากไปนับไม่ถ้วน ไม่เว้นแม้แต่แบนด์ใหญ่ที่โฆษณาหนัก ตอนนี้และอนาคตที่จะเหลืออยู่คือ "ตัวจริง" และ "แพทย์ความงามเฉพาะทาง" เท่านั้น

"3-4 ปีก่อน ผมเติบโต 30-40% ทุกปี แต่ปีที่ผ่าน เติบโตแค่ 5%"... "คุณหมอพุฒิพงศ์" เล่า และบอกต่ออีกว่า การเติบโต 5% สำหรับเขา ถือว่าน่าพอใจ เพราะตลาดรวมเติบโตน้อย และผู้ประกอบการส่วนใหญ่ติดลบ 20-50% ด้วยซ้ำ เนื่องจากปัจจัยลบทางการแข่งขัน และซัพพลายที่มีมากเกินความต้องการของตลาด

ตลาดแพทย์ความงามที่จะอยู่ได้ต่อไป คือ 1. ต้องรู้จริง และเป็นตัวจริงในเรื่องนั้นๆ ไม่ใช่รักษาครบตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนที่ผ่านมา หรือขายของด้วยการทำพีอาร์หวือหวา เอาดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์แล้วอัดโปรโมชั่น พร้อมกับหั่นราคา ต่อไปนี้ผู้บริโภคมีความรู้มากขึ้น ฉลาดมากขึ้น และ 2. ต้องสร้างความพึ่งพอใจให้กับลูกค้า ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่

และอีกสิ่งหนึ่งที่คุณหมอคนนี้่ถือปฏิบัติ คือ การให้ความรู้กับลูกค้า อย่างเรื่องของการศัลยกรรม หรือการเลือกใช้สินค้าด้านความงาม คุณหมอ ให้ความรู้ว่า สิ่งที่ผู้บริโภคด้านความงามควรรู้ ก่อนไปพบแพทย์คือ คนเราโครงหน้าจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แม้จะอายุมากแล้ว พร้อมกับเทรนความงามที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เช่นกัน หากไปทำอะไรที่ถาวร เมื่อเวลาผ่านไป หน้าก็จะดูผิดเพี้ยนไม่เป็นธรรมชาติ หรือด้านสินค้า ซึ่งเร็วๆ นี้คุณหมอก็จะออกโปรดักส์ความงามภายใต้แบรนด์ NECTA เช่นกัน โดยการเลือกทำตลาดแบบให้ความรู้ผู้บริโภค ไม่เน้นการทำตลาดหวือหวา เอาดารามาเป็นพรีเซ็นเตอร์

" สินค้า คนที่ทำตลาดดีๆ เขาจะไม่โฆษณามาก พวกเอาดารามรีวิว จะน้อยลง...มันต้องโฆษณา แบบให้ความรู้ ให้ผู้บริโภคมีความรู้ แล้วให้เขาเลือกเอง เป็นการแสดงความจริงใจ ไม่ใช่เอาราคาเป็นที่ตั้ง หรือเอาหน้าดารามาโชว์ เราจะไม่ตีหัวเข้าบ้าน เพราะเราอยากให้เขาอยู่กับเรายาวๆ"

ความชัดเจน ตรงไปตรงมา ทำให้ธุรกิจของคุณหมอยังเติบโตได้เรื่อยๆ รวมถึงเป็นนายแพทย์ด้านความงาม ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์กึ่งศัลยกรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากบริษัท Galderma ให้เป็น "ครูแพทย์ผู้สอนฉีดฟิลเลอร์ระดับประเทศ" เพียงคนเดียวในเขตประเทศ Southeast Asia
การเข้ามาทำธุรกิจด้านความงามของ "หมอพุฒิพงศ์" นอกจากเป็นสิ่งที่เรียนมา ก็คือ ความรักความสนใจ แต่การจะทำให้ธุริกจประสบความสำเร็จ ยังต่อเติมด้วยความรู้ด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ความสนใจติดตามเทรนใหม่ๆ รวมไปถึงงานด้านบริหารธุรกิจ ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่คุณหมอชื่นชอบทั้งสิ้น แถมยังมีอีกหนึ่งอาชีพ ที่ตอนนี้คุณหมอทำเป็นงานอดิเรก คือ การเป็นที่ปรึกษาของบริษัทที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ

คุณหมอบอกว่า ตอนนี้ทางการแพทย์ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ส่วนอื่นๆ ที่ทำ ก็เกิดจากความสนุกและความท้าทาย ซึ่งก็ไม่ได้ยึดติดอะไร...หมอ ข้อดี คือ ทำงานได้ทั้งชีวิต แต่คุณก็ติดกับดักตัวเอง ทำงานๆ กว่าจะรู้ตัวก็อายุ 70 ซึ่งไม่ใช่คุณหมอพุฒิพงศ์แน่นอน เพราะหลักคิดของคุณหมอคือ... เราควรใช้ชีวิตท่ามกลางความพอดี คนเราอิ่มเดียว หลับเดียว บางอย่างเราทำด้วยความสนุก เพราะมันท้าทาย ก็ต้องยอม แต่เราไม่ได้ยึดติดอะไร...และนี่คือหลักคิดของคุณหมอ ที่ส่วนหนึ่งก็ได้มาจากการนำหลักคิดของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของปวงชนชาวไทยมาใช้นั่นเอง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560



Advertisement