ท้าชน!แคมเปญบ้าน อสังหาฯผนึกแบงก์/งัดดบ.คงที่ 3% นาน 30 เดือน

22 October 2015






อสังหาฯ-แบงก์จัดแคมเปญรับมาตรการกระตุ้น เพอร์เฟคจับมือ กรุงไทย-ธนชาตงัดดอกเบี้ยตํ่าคงที่ 3% นาน 30 เดือน ดันยอดขายใหม่เพิ่ม 2 เท่า “แสนสิริ-เอพี” คืนกำไรจัดเต็มฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน กรุงไทย จ่อชงบอร์ดจัดดอกเบี้ยพิเศษให้กู้สูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาท เคแบงก์ปรับกลยุทธ์รองรับดีเวลอปเปอร์ที่ต้องการโอนบ้านจำนวนมากให้ทัน-บริการลูกค้าถึงที่ ไทยพาณิชย์ “กู้ล้านผ่อนเดือนละพัน”



หลังจากที่รัฐบาลได้คลอดมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการลดค่าธรรมเนียมการโอน-ค่าจดจำนองลงมาอยู่ที่อัตรา 0.01%จากที่คิดในอัตรา 2% และ 1% ของราคาประเมินตามลำดับ เป็นเวลา 6 เดือน และให้นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ถึง 20% ของราคาบ้านไม่เกิน 3 ล้านบาทเป็นเวลา 5ปี ขณะที่มาตรการการเงิน ได้ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) นำร่องผ่อนเกณฑ์ปล่อยกู้ โดยผู้กู้สามารถกู้ได้สูงสุดถึง 3 ล้านบาท หากมีรายได้สุทธิต่อเดือนที่ 3 หมื่นบาท จนได้รับความสนใจมีประชาชนยื่นขอกู้ทั่วประเทศต่อวันสูงถึง 1 พันล้านบาท

ปรากฏการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นตัวให้กับตลาด ดังจะเห็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับสถาบันการเงินจัดแคมเปญระบายสต๊อกและกระตุ้นให้เกิดการใช้บริการสินเชื่อในช่วงที่มาตรการอสังหาริมทรัพย์ยังบังคับใช้

PF หน้าบานขายใหม่เพิ่ม2เท่าตัว

นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต ประธานเจ้าหน้าที่ กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (บมจ.) หรือ PF เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการตอบรับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล บริษัทจึงได้จัดแคมเปญอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% คงที่นาน 30 เดือน โดยร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงินหลายแห่ง เช่น บมจ.ธนาคารธนชาต ,บมจ.ธนาคารกรุงไทย ฯลฯ มีระยะเวลาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเริ่มแคมเปญมาได้กว่า 1 สัปดาห์ พบว่าลูกค้าให้การตอบรับเป็นอย่างดี มียอดขายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนออกมาตรการ หลังจากสิ้นสุดแคมเปญนี้ ทางบริษัทจะจัดแคมเปญอื่นออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ

ส่งลูกค้ารีเจ็กต์เข้าแบงก์รัฐ

สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อ (รีเจ็กต์) ด้วยสาเหตุของรายได้ไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระ ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 60% ของจำนวนลูกค้าที่ถูกรีเจ็กต์ บริษัทจะมีการเรียกลูกค้ากลุ่มนี้กลับเข้ามาใหม่ หากยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยของ PFจริง เราก็จะเร่งดำเนินการยื่นขอสินเชื่อให้ทันที ผ่านสถาบันการเงินทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ในส่วนของกลุ่มลูกค้าที่บริษัทยื่นขอสินเชื่อผ่านธอส.มีสัดส่วน 20-25% เมื่อเทียบกับสถาบันการเงินทั้งหมดที่บริษัทยื่นขอสินเชื่อ

"จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับแคมเปญที่บริษัทออกมานั้น เชื่อว่าจะทำให้เป้ายอดขายทั้งปีลดลงแค่ 10% จากเดิมที่คาดว่ายอดขายจะลดลงจากเป้าหมายถึง 15-20% ซึ่งเดิมบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ไว้ที่ประมาณ 1.55 หมื่นล้านบาท คาดว่า ณ สิ้นปีจะมียอดขายอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท โดยยอดขาย 9 เดือนที่ผ่านมาประมาณ 8 พันล้านบาท ขณะที่ยอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท ส่วนสินค้าที่จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการดังกล่าวประกอบด้วยสินค้าพร้อมอยู่ , สินค้ารอโอน และสินค้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งคาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน มีมูลค่ารวมประมาณ 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 6 พันล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 4 พันล้านบาท" นายวงศกรณ์ กล่าว

แสนสิริคืนกำไรแบบจัดเต็ม

ด้าน นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.แสนสิริ หรือ SIRI กล่าวว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์จะช่วยสนับสนุนให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น รวมถึงน่าจะส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในไตรมาส 4 ปี 2558ไปจนถึงในไตรมาสแรกของปี 2559 มีการอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น

"เพื่อเป็นการตอบรับมาตรการของภาครัฐ บริษัทได้มอบส่วนลดเพิ่มเติมจากแคมเปญ "NOW OR NEVER" ที่อยู่ระหว่างการจัดแคมเปญให้แก่ลูกค้าที่มีระยะเวลาสิ้นสุดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 โดยมอบเป็นส่วนลด on top จากที่บริษัทได้รับการลดค่าธรรมเนียมโอนในส่วนที่ต้องจ่ายฝ่ายละครึ่งกับลูกค้า นำมาเป็นส่วนลดเพิ่มเติมมอบคืนให้แก่ลูกค้าไปทันที ซึ่งลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษนี้จากโครงการที่อยู่อาศัยพร้อมโอนทุกประเภทของแสนสิริ ที่มีให้เลือกกว่า 62 โครงการทั่วประเทศ ในระดับราคาตั้งแต่ 1.5 – 40 ล้านบาท" นายวันจักร์ กล่าว

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บมจ. เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทได้จัดแคมเปญ Pack Your Bag ฟรี ครบ จบ ง่าย ในส่วนของคอนโดมิเนียม 15 ทำเลติดรถไฟฟ้า ประกอบด้วย โครงการพร้อมอยู่ 5 โครงการ และโครงการที่อยู่ระหว่างการขายจำนวน 10 โครงการ เพื่อให้สอดรับกับมาตรการรัฐที่ออกมา ด้วย 4 ฟรี ได้แก่ 1.ฟรีค่าส่วนกลางนาน 2 ปี 2.ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน 3.ฟรีเฟอร์นิเจอร์ และ 4.ฟรีเครื่องใช้ไฟฟ้า ลดสูงสุด 1 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 1.59 ล้านบาท โดยแคมเปญดังกล่าวจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2558 ณ สำนักงานขาย

เอพี ฟรีโอนบวกส่วนลดเพียบ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแคมเปญสำหรับโครงการแนวราบอีกด้วย ภายใต้ชื่อ WOW บ้านพร้อมอยู่ รับเพิ่ม มาตรการรัฐ โดยนำโครงการบ้านพร้อมอยู่แบรนด์ พลีโน่ จำนวน 12 โครงการมาร่วมแคมเปญด้วย 6 ข้อเสนอ 1.ฟรี ค่าธรรมเนียมโอน (เอพี จ่ายให้) 2.ฟรี ค่าจดจำนอง (เอพี จ่ายให้) 3.ฟรี ค่าส่วนกลาง 2 ปี (เอพี จ่ายให้) 4. ฟรี ประกันภัยมิเตอร์น้ำ มิเตอร์ไฟ (เอพี จ่ายให้) 5. ส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท และ 6.สิทธิพิเศษอื่นๆ อาทิ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เป็นต้น แคมเปญเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม - 30 พฤศจิกายน 2558
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ วันที่ 30 กันยายน 2558 รวมมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท โดยจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2558 รวม 4.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 2.5 พันล้านบาท และโครงการแนวสูง 2.1 พันล้านบาท

คาดกำลังซื้อคึกคักจบลงแค่ Q1ปีหน้า

ขณะที่นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ. แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ หรือ LPN กล่าวถึงบรรยากาศตลาดอสังหาริมทรัพย์ หลังภาครัฐประกาศมาตรการกระตุ้นว่า ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดมากนัก เนื่องจากยังไม่ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงมหาดไทย โดยคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์หลังประกาศ จึงจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของตลาดอย่างชัดเจน ส่วนตัวมองว่ามาตรการดังกล่าวเป็นมาตรการระยะสั้นที่อาจทำให้ตลาดคึกคักได้เพียงไตรมาส 4/58 ต่อเนื่องไตรมาส 1/59

ธอส.ย้ำผ่อนเกณฑ์ DSRเพิ่มโอกาส

ด้านนางอังคณา ปิลันธน์โอวาทไชยมนัส กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า 2 วัน มีประชาชนยื่นคำขอสินเชื่อแล้วจำนวน 4 พันรายวงเงินรวมกว่า 5 พันล้านบาท ซึ่งประชาชนมีโอกาสใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม2558 - 18 ตุลาคม 2559 ส่วนการจะเพิ่มวงเงินสินเชื่อจาก 1 หมื่นล้านบาท ในทางปฏิบัติอาจต้องรอเวลาประเมินผลการตอบรับสัก 2 สัปดาห์ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการธอส. โดยปัจจุบันธอส.มีส่วนแบ่งตลาด 25% แต่ละปีมีฐานลูกค้าเพิ่มประมาณ 1.2-1.3 แสนราย และการที่รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องนี้ จะเป็นการช่วยสานฝันให้ประชาชนได้มีบ้านเป็นของตัวเองอย่างยั่งยืน”

"โครงการนี้ธอส. ได้ผ่อนเกณฑ์โดยพิจารณาสัดส่วนความสามารถชำระหนี้ต่อรายได้ (Debt Service Ratio หรือ DSR) เพิ่มขึ้นเป็น 40-50% ของรายได้สุทธิต่อเดือน จากเดิมอยู่ที่สัดส่วน 33.33% ฉะนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทั่วไปหรือลูกค้าที่ถูกปฏิเสธจากสถาบันการเงินอื่น หากมาที่ธอส.ก็จะดูว่าหากรายได้สุทธิถึง 3 หมื่นบาทก็สามารถกู้ได้สูงสุด 3 ล้านบาท จากเดิมกู้ได้เพียง 1.8 ล้านบาท กรณีมีรายได้สุทธิ 2 หมื่นบาท ก็จะกู้ได้สูงถึง 2 ล้านบาทจากเดิมกู้ได้ไม่เกิน 1.2 ล้านบาท ด้วยระยะเวลาผ่อนสูงสุดที่ 30ปี

กรุงไทย ชงบอร์ดเร็วๆนี้

ด้านนายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า กรุงไทยพร้อมรับนโยบาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาในรายละเอียดแคมเปญสินเชื่อที่อยู่อาศัย ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ จูงใจให้ลูกค้ามีความสามารถในผ่อนชำระได้ คาดว่าจะนำเรื่องเสนอคณะกรรมการธนาคารเร็วๆนี้

"ธนาคารกรุงไทยสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยสนองลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายได้อยู่แล้วและมีความหลากหลายในวงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารกรุงไทยเฉลี่ยต่อปีจะเติบโตมากกว่า 6%ปัจจุบันมีพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยรวมกว่า 3 แสนล้านบาทแล้ว

เคแบงก์ปรับเงื่อนไขสู้!บริการถึงที่

ด้านนายอลงกต บุญมาสุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม บมจ.ธนาคารกสิกรไทย และในฐานะเลขาธิการสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่าแนวโน้มสินเชื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ 4 /2558 จะเป็นช่วงที่มียอดการโอนบ้านค่อนข้างมาก ดังนั้นธนาคารจึงได้ทำแคมเปญต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา อย่างไรก็ดีภายหลังจากรัฐบาล ประกาศออกมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ธนาคารกสิกรไทย ได้ปรับกระบวนทั้งภายในและภายนอกเพื่อให้สอดรับกับมาตรการของภาครัฐ 2 เรื่องหลัก
คือ 1.การปรับกระบวนการทำงานที่คาดว่าจะมีปริมาณธุรกรรมเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทั้งในส่วนของขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อ หรือนิติกรรมสัญญาในส่วนของการจดจำนองที่จะต้องรวดเร็วขึ้น และ 2.การออกไปประสานงานหรือความร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) โดยตรงมากขึ้น โดยการเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าประจำโครงการบ้าน ตั้งแต่ลูกค้าเยี่ยมชมไปจนถึงการทำสัญญาซื้อขาย เพื่อให้ลูกค้ามีความสะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นการตอบสนองผู้ประกอบการที่ต้องการปิดยอดการขายให้เร็วขึ้น

สำหรับในส่วนของแคมเปญที่จะทำในช่วงไตรมาสสุดท้ายนั้น ภายในสัปดาห์หน้าจะเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่และกลางทยอยประกาศแคมเปญใหญ่ออกมาต่อเนื่อง โดยจะมีการร่วมมือกับสถาบันการเงินต่างๆ ออกมามากขึ้น ซึ่งในส่วนของธนาคารกสิกรไทยก็เช่นเดียวกันได้มีการพูดคุยกับพันธมิตรโครงการรายใหญ่และรายกลาง ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายในการจัดทำแคมเปญพิเศษช่วงท้ายปี โดยจุดเด่นของแคมเปญนั้น อาจจะไม่เห็นเรื่องการแข่งขันดอกเบี้ย แต่ก็จะมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษให้แต่ละกลุ่มลูกค้าแตกต่างกันออกไป โดยอาจจะมีการเสนอดอกเบี้ยพิเศษช่วยเหลือลูกค้าในเรื่องของการโอนเป็นพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงเสนอเงื่อนไขวิธีการผ่อนชำระที่จะช่วยลูกค้าไม่ให้ผ่อนมากเกินไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 3.4 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายสินเชื่อใหม่ทั้งปีที่ 4.2 หมื่นล้านบาท โดยมียอดสินเชื่อคงค้างสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2.34 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 2.7 แสนล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 รองจากธนาคารกรุงไทย โดยธนาคารไทยพาณิชย์

SCB มอบพิเศษ 2 เดือนท้าย

ด้านนางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายสินเชื่อที่อยู่อาศัยบมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ระบุว่าการทำตลาดช่วง 2 เดือนหลังของปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการมียอดโอนในปริมาณมาก ดังนั้นสิ่งที่ตอบโจทย์ต่อผู้ประกอบการและลูกค้า คือการอำนวยความสะดวกและรวดเร็ว มากกว่าที่จะเน้นการแข่งขันด้านราคา ซึ่งธนาคารมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตามแต่ละเซ็กเมนต์ของลูกค้าอยู่แล้วเช่นเจ้าของกิจการ ส่วนใหญ่ไม่ต้องการยอดเงินกู้สินเชื่อบ้านจำนวนมาก ธนาคารก็มี“แพ็กเกจมั่งคั่ง” ที่จะเป็นจุดขาย ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถต่อยอดธุรกิจกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคารได้

ส่วนลูกค้าที่เป็นพนักงานประจำกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้สนใจอัตราดอกเบี้ยมากเท่ากับการอนุมัติสินเชื่อ เกณฑ์การผ่อนและระยะเวลาเงินกู้ เช่น ในช่วง 3ปีแรกที่ถือเป็นระยะเวลาตั้งต้นของครอบครัวผู้กู้บางส่วนไม่ต้องการมีภาระหนี้สูง จึงเป็นที่มาทั้ง “แพ็กเกจมั่นคง” สำหรับผู้กู้ที่เป็นเจ้าของกิจการ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ของธนาคาร “ผ่อนบ้านล้านละพัน” เพื่อช่วยลูกค้าในช่วงเริ่มมีบ้านให้รู้สึกผ่อนสบายในช่วง 3 ปีแรก

สำหรับโค้งสุดท้ายธนาคารได้ทำแคมเปญร่วมกับผู้ประกอบการ โดยได้มอบบัตรกำนัลบางกอกแอร์เวย์ส ส่วนลูกค้าเจ้าของกิจการมอบเป็นทองคำเพื่อเสริมความมั่นคั่ง และพิเศษสุดในช่วง 2เดือนสุดท้ายของปีส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ธนาคารยังได้มอบสิ่งมงคล “เทพจ้าโชคลาภไฉ่ซิงเอี้ย” เป็นของขวัญแบบเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3098 วันที่ 22 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558


ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ นายวงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต บมจ.แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดค่าธรรมเนียมการโอน-ค่าจดจำนอง ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธอส. แคมเปญระบายสต๊อกและกระตุ้น บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) นายวันจักร์ บุรณศิริ บมจ.แสนสิริ นายโอภาส ศรีพยัคฆ์