จะเอาอย่างไรกับความเป็นเลิศของประเทศไทย?

23 October 2015






ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน ได้รับเชิญจากหอการค้าจังหวัดตราดไปปาฐกถาพิเศษเรื่อง “โอกาสและความท้าทายของการเข้าสู่อาเซียนของ SMEs” เมื่อเช้าวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ก่อนจะขึ้นเวที ในคืนวันที่ 10 ตุลาคม ดร.สุรินทร์ได้พูดคุยกับกรรมการหอการค้าจังหวัดตราดอย่างเป็นกันเองและอย่างมีสาระน่าสนใจ ซึ่ง“ฐานเศรษฐกิจ” คือสื่อเดียวที่ได้รับเกียรติร่วมฟังจึงขอถ่ายทอดสู่ผู้อ่านโดยย่อดังนี้

แม้จะพ้นตำแหน่งมานานแล้วแต่ดูเหมือนยังติดพัน เหมือนกับเป็นเชียร์ลีดเดอร์ของอาเซียน เครือข่ายและเยื่อใยเหล่านั้นยังมีอยู่ ผมออกมาเมื่อเกือบ 3 ปีที่แล้ว โมเมนตัมมันก็เกิดขึ้น จะกลายเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปีนี้ จะประกาศเป็นทางการที่ประเทศมาเลเซีย เพราะมาเลเซียเขาเป็นเจ้าภาพ

บ้านเรามาเกิดปัญหาในประเทศจนเกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ขณะนี้โลกตะวันตกเขายับยั้งการแลกเปลี่ยนระดับสูง ระดับนโยบาย ระดับรัฐมนตรี ระดับผู้นำ จึงมีช่องว่างสำหรับประเทศไทย

ที่ผ่านมามีความขัดแย้งแตกแยก เผชิญหน้าเสียดสีรุนแรงยาวนานนับ 13-14 ปีต่อเนื่อง มันเหมือนกับประเทศติดหล่ม ต้องมาชะงัก สะดุดขาตัวเอง ขณะที่โลกกำลังก้าวไปอย่างรวดเร็ว ล่าสุดท่านคงได้ยินว่ามี TPP เกิดขึ้น เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน เข้าร่วม แต่ไทยยังไม่เข้า ดังนั้นเวียดนามกับมาเลเซียจะเป็นที่รองรับการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น

ทุนที่เข้ามาในอาเซียนปีละประมาณ 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย (แต่รองแบบห่างมาก) คนที่ตามมาคือเวียดนาม ต้องระวัง สิงคโปร์เขาเป็นประเทศเล็ก ประชากร 4 ล้านคน ต่างประเทศอีก 1 ล้านคน แต่เขาเป็นเศรษฐกิจที่โปร่งใสที่สุด เศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพที่สุด เศรษฐกิจที่ทุกคนชอบใช้เป็นทางผ่าน

สิ่งที่อยากเห็นคือเมื่อไทยมีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 และมีความหลากหลายที่สุด คือมีกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ การผลิต การบริการทุกเรื่อง ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 5 แสนตารางกิโลเมตรนี้ ฉะนั้นจึงควรเป็นจุดที่เงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ หรือ FDI 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ มาที่ไทยมากเป็นอันดับ 2 เช่นกัน แต่กลับไม่มา เหตุผลเพราะความไม่โปร่งใสของระบบ เพราะความไม่มีประสิทธิภาพของระบบ เหตุผลเพราะ 30% อะไรต่อมิอะไรทั้งหลาย จึงจำเป็นต้องมีการปรับตัวอย่างรุนแรง

การต่อรองระหว่างประเทศนั้นเป็นต่อรองอยู่บนเวทีต่างประเทศ ใช้ภาษาต่างประเทศ ใช้ทักษะที่ต้องฝึก ต้องเรียนรู้ ต้องมีประสบการณ์ ความไม่ต่อเนื่องของเราทำให้เราเมื่อขึ้นเวทีแล้วเจรจากับเขาไม่สำเร็จ ผมอยู่ในตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน 5 ปี ทำงานกับนายกรัฐมนตรีไทย 5 คน สิงคโปร์เขาคนเดียวจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ผมเข้าไปเขาก็คือ ลี เซียน ลุง ผมออกมาก็ลี เซียน ลุง ผมออกมาแล้ว 3 ปีเขาเลือกตั้งใหม่ก็ยังเป็นลี เซียน ลุง แล้วจะอยู่อีก 4 ปี แล้วของเรานี่ใครจะไปเจรจากับเขา นั่งโต๊ะปั๊บเขารู้เรื่องนี้ตั้งแต่ 10 ปีที่แล้ว เขารู้ว่าจะไปไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า เขาต้องการอะไรจากเรื่องนี้ ของเรานี่ยังบรรยายสรุปไม่เสร็จเลย เปลี่ยนตัวอีกแล้ว นี่คือปัญหาของความไม่ต่อเนื่องและการที่ระบบอุปถัมภ์เข้าไปกัดกร่อนคุณภาพของคนในระบบราชการ

ประเทศไทยมีอะไรดีอยู่เยอะ จุดภูมิศาสตร์ไม่มีใครสู้เราได้ การเกษตร การแปรรูปผลิตผลเกษตร การแปรรูปอาหาร การประมง การท่องเที่ยวเราพัฒนาที่สุดในอาเซียน การรักษาพยาบาลก็ดี คำถามสำคัญ 67 ล้านคนในรุ่นเรา รุ่นนี้ คือจะเอายังไงกับความเป็นเลิศของประเทศไทย จะรักษาเอาไว้ได้อย่างไร จะอยู่กันแบบประมาทต่อไปอย่างนั้นหรือ หรือต้องลับ ต้องแหลม ต้องหาเครื่องไม้เครื่องมือมาลับสมองลับปัญญาเพื่อรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้

นี่คือโจทย์ที่คนไทยยุคเราจะต้องตอบให้ได้ อาเซียนคือคำตอบ แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด อาเซียนมาก่อนหน้านี้แล้ว มาเรื่อยๆ และคืองานที่ต้องทำกันต่อไป เพราะอาเซียนคือความฝัน ความทะเยอทะยานที่เราจำเป็นต้องสร้างขึ้น เพราะเราต้องแข่งขันกับคนอื่น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3098 วันที่ 22-24 ตุลาคม พ.ศ. 2558


สิงคโปร์ ประเทศไทย อินโดนีเซีย เวียดนาม ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อาเซียน ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน หอการค้าจังหวัดตราด อกาสและความท้าทายของการเข้าสู่อาเซียนของ SMEs ประเทศมาเลเซีย TPP บรูไน FDI เงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ