‘คีรี’เร่งเปิดช่องร่วมทุน บี้คมนาคมมั่นใจศักยภาพพร้อมลุยลงทุนเมกะโปรเจ็กต์

24 October 2015






บีทีเอสหนุนคมนาคมเร่งใช้พ.ร.บ.ร่วมทุนพัฒนาเมกะโปรเจ็กต์ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โชว์ศักยภาพความพร้อมการลงทุน เล็งร่วมลงทุนระบบรางทั้งโครงการรถไฟฟ้า รถไฟทางคู่ และความเร็วปานกลาง รวมถึงพัฒนาพื้นที่ย่านกม.11 พหลโยธินและย่านสถานีกลางบางซื่อ หวังสร้างอาณาจักรทั้งเล็งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยป้อนชนชั้นกลาง

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท บีทีเอส ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแผนการร่วมลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมว่า การที่ภาครัฐจะเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงการต่างๆ ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2556 เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เนื่องจากมีโครงการจำนวนมากและรัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่การร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนมีความซับซ้อน ขั้นตอนมากทำให้การดำเนินงานอาจมีความล่าช้าเกิดขึ้น ดังนั้นภาครัฐต้องพิจารณาว่าโครงการไหนมีความพร้อมก็ควรจะเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้น

ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทบีทีเอสมีความสนใจ และพร้อมเข้าร่วมพัฒนาหลายโครงการโดยเน้นด้านระบบราง ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล รถไฟทางคู่ และรถไฟความเร็วปานกลาง แต่ยังต้องรอความชัดเจนว่าภาครัฐจะเร่งผลักดันออกมาได้มากน้อยเพียงใด โดยการร่วมทุนบริษัทสามารถทำได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นการลงทุนทั้งหมด หรือเน้นเฉพาะการเดินรถและบริหารจัดการ

“ปัจจุบันกลุ่มบีทีเอสมีความเชี่ยวชาญด้านการเดินรถไฟฟ้า แต่เราก็สนใจจะร่วมลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ เส้นทางช่วงขอนแก่น-มาบตาพุด เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานหนึ่งที่มีความสำคัญของชาติ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านเศรษฐกิจให้ประเทศ และศักยภาพด้านการลงทุนของบีทีเอสมีอย่างเพียงพอก็พร้อมจะเข้าไปดำเนินการได้ ส่วนกรณีโครงการรถไฟไทย-จีน และไทย-ญี่ปุ่นนั้นก็ยังรอความชัดเจนจากรัฐบาลด้วยเช่นกัน”

นอกจากนี้ ยังมีแผนร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่ กม.11 ย่านพหลโยธิน และย่านสถานีกลางบางซื่อ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่กม.11 ย่านพหลโยธิน วางแผนจะพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยระดับกลาง 3-4 อาคาร เพราะบีทีเอสมีบริษัทที่มีความชำนาญด้านการพัฒนาที่ดินรองรับไว้แล้ว

“สถานีกลางบางซื่อเร็วๆ นี้จะเจริญอย่างมาก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อยู่ใกล้ๆกับบีทีเอส มีรถไฟฟ้าหลายเส้นทางมารวมกันอยู่ที่นี่ ดังนั้นหากสามารถเชื่อมโยงพื้นที่ทั้งหมดเข้าด้วยกันได้ก็จะทำให้ศักยภาพของพื้นที่มีมากขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากในอนาคตจะมีผู้เข้ามาใช้บริการระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ดังกล่าวนี้วันละหลายสิบล้านคน”

ส่วนโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สนใจจะเข้าร่วมลงทุนทุกเส้นทาง แต่ขณะนี้เส้นทางที่มีความพร้อมมากคือรถไฟฟ้าสายสีชมพู (แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ซึ่งทั้ง 2 เส้นทางนี้บริษัทฯสนใจจะเข้าไปร่วมลงทุน ทั้งแพ็คเกจ แต่อยากจะให้ภาครัฐลดขั้นตอนดำเนินการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนให้เร็วกว่ากรอบระยะเวลา 2 ปี เพราะเพียงแค่ 1 ปี หลายสิ่งก็เปลี่ยนแปลงไปมาก อีกทั้งผู้ที่ปล่อยวงเงินกู้ก็คงไม่ได้มีการกำหนดเงื่อนไขไว้เป็นระยะเวลานานถึง 2 ปี

“สายสีชมพูและสีเหลือง เข้าใจว่ารัฐบาลจะให้เอกชนลงทุนก่อน เนื่องจากระบบโมโนเรลจะต้องใช้รูปแบบแพ็กเกจเดียวจึงจะลงตัวที่สุด นั่นคือ งานโยธา งานระบบไฟฟ้าเครื่องกล และงานบริหารจัดการใช้รายเดียวดำเนินการทั้งหมด โดยภาครัฐเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามายื่นข้อเสนอเงินสนับสนุน หากรายใดขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลน้อยที่สุดก็จะเป็นผู้ได้รับสิทธิ์นั้นไป”

อีกสายที่น่าสนใจลงทุนคือสายสีส้ม (ตลิ่งชัน-มีนบุรี) เนื่องจากเป็นเส้นทางรถไฟฟ้าสายใหม่ แต่ก็ต้องแข่งกับ บีเอ็มซีแอล ซึ่งค่อนข้างจะได้เปรียบรายอื่นๆ เพราะแนวเส้นทางผ่านพื้นที่ศูนย์ซ่อมบำรุงที่ย่านพระราม 9 ของบีเอ็มซีแอล

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ดำเนินการก่อสร้างในปัจจุบัน คาดว่า กทม.จะว่าจ้างให้บีทีเอสเดินรถ เช่นเดียวกับสายสีน้ำเงิน ช่วงส่วนต่อขยาย ยังมีลุ้นว่าท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลจะอนุมัติให้ดำเนินการรูปแบบใด ส่วนสายสีแดงของ ร.ฟ.ท.ด้านการก่อสร้างและบริหารจัดการนั้นคงขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ส่วนแอร์พอร์ตลิงค์ร.ฟ.ท.ก็คงว่าจ้างให้เดินรถส่วนต่อขยายไปถึงดอนเมือง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3098 วันที่ 22 - 24 ตุลาคม พ.ศ. 2558


ร.ฟ.ท. การรถไฟแห่งประเทศไทย รถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู บีทีเอส รถไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐาน เมกะโปรเจ็กต์ พ.ร.บ.ร่วมทุน นายคีรี กาญจนพาสน์ กลุ่มบริษัท บีทีเอส ระบบราง รถไฟความเร็วปานกลาง การเดินรถไฟฟ้า ขอนแก่น-มาบตาพุด รถไฟไทย-จีน นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) สายสีเหลือง