สหรัฐฯโชว์ของ

20 April 2017






วันที่ 20 มีนาคม 2546 สหรัฐอเมริกาภายใต้การคุมบังเหียนของอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ผู้นำสหรัฐฯสายรีพับลิกัน เปิดฉากยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก เข้าใส่กรุงแบกแดด ถือ ว่าเป็นการเริ่มปฏิบัติการสงครามอิรักอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะยกทัพขึ้นปฏิบัติการทางบกด้วยข้ออ้างที่ว่า “อิรักมีอาวุธร้ายแรงไว้ในครอบครอง” แต่มาจนถึงทุกวันนี้ สหรัฐฯ ก็ไม่เคยสามารถพิสูจน์ได้จริงว่าซัดดัมฮุสเซ็น ซึ่งถูกแขวนคอไปแล้ว มีอาวุธร้ายแรงไว้ในครอบครองหรือไม่ ปฏิบัติการครั้งนั้นของสหรัฐฯไม่ได้รับฉันทานุมัติจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สหรัฐฯกระทำไปโดยพลการโดยไม่สนใจโลก

สารพัดทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดผุดขึ้นมามากมายในโลก ว่าสหรัฐฯ ต้องการโชว์ของขายอาวุธ สหรัฐฯต้องการน้ำมันในอิรักซึ่งยังมีน้ำมันสำรองอยู่มหาศาล ก็ว่ากันไปครับ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ อดีตประธานาธิบดีบุช ขณะนั้น ตราหน้าหลายประเทศว่าเป็น “ประเทศที่ก้าวร้าว” หรือ Rogue States มีทั้งอิหร่าน อิรัก และเกาหลีเหนือ

คำถามที่น่าคิดสำหรับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกตอนนี้ก็คือว่า ซีเรีย และเกาหลีเหนือจะกลายเป็น “อิรัก 2” หรือไม่ เพราะมีความคล้ายคลึงกันของสถานการณ์อยู่มาก ทั้งซีเรีย และเกาหลีเหนือ คือ RogueStates ของสหรัฐฯ

สหรัฐฯโชว์ของ



สหรัฐฯยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค ใส่ซีเรียไปถึง 2559 ลูกแล้ว พร้อมกับเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบิน คาร์ล วินสัน ไปยังคาบสมุทรเกาหลี จนทั่วโลกกำลังลุ้นกันตัวโก่งว่า ในที่สุดแล้วสหรัฐฯจะยิงใส่เกาหลีเหนือหรือไม่ แต่แล้วก็ยังเงียบ
ต่อมาไม่อีกกี่วัน สหรัฐฯก็ “โชว์ของ” อีกโดยทิ้งระเบิด MOAB (Massive Ordnance Air Blast = ระเบิดขนาดใหญ่ที่ทิ้งจากอากาศ) ใส่อัฟกานิสถาน ซึ่งระเบิดนี้มีชื่อเล่นๆเรียกขานกันว่า Mother of All Bombs หรือแม่แห่งระเบิดทั้งปวง ผลลัพธ์ก็คือ กลุ่มไอเอสตายไป94 ศพเท่านั้น ไม่รู้ว่าคุ้มกันหรือไม่ กับระเบิดที่ใหญ่ที่สุดในโลกแต่จัดการไอเอสไปได้เพียงเท่านั้น

เหมือนว่าสหรัฐฯพยายามโชว์ของอย่างต่อเนื่อง สังเกตได้จากในระหว่างที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับสถานีโทรทัศน์ Fox Business Network ที่คลิปนี้ถูกแชร์ไปทั่วโลกว่าทรัมป์พูดผิดจากซีเรีย เป็นอิรักนั่นล่ะครับ ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ ทรัมป์ย้ำหลายครั้งว่า โทมาฮอว์ค เป็นขีนาวุธที่ยอดเยี่ยม และดีที่สุดในโลก ไม่มีใครเทียบได้

ฟังแล้วเหมือนพ่อค้ากับขายของกันชัดๆ ครับ ยิ่งทรัมป์ ไม่ใช่นักการทูต เป็นคนที่พูดอะไรห้าวๆ ไม่มีพิธีรีตรอง ทรัมป์เป็นพ่อค้า เวลาจะพูดอะไรออกมาก็เลยดูไม่เนียนเท่าที่ควรนัก!

แต่ทว่าความต่างระหว่างอิรัก กับ ซีเรีย และเกาหลีเหนือนั้น มีอยู่มากครับ ที่ทำให้สหรัฐฯอาจจะทำได้แค่โชว์ของและข่มขู่เท่านั้น ในซีเรียมีผู้เล่นอื่นๆมากมาย ทั้งรัสเซีย ตุรกี และอีกสารพัดชนเผ่า ผิดกับในอิรัก ที่ในขณะนั้นมีเพียงซัดดัม ฮุสเซน คุมอยู่คนเดียว เพียงจัดการซัดดัมได้ ทุกอย่างก็คุมได้ และสำหรับเกาหลีเหนือ ยิ่งถือว่าเป็นจุดที่ไม่ง่ายสำหรับอเมริกานัก นอกจากที่ชายแดนเกาหลีเหนือจะประชิดกับจีน พื้นที่ใต้ทะเลแถวๆนั้นไม่รู้ว่ามีเรือดำน้ำรัสเซีย ผลุบๆโผล่ๆ อยู่กี่สิบลำ ไหนจะเรือดำน้ำจีนอีก เป็นจุดที่ถือว่าเสี่ยงมากและอาจจะเสี่ยงเกินไปสำหรับสหรัฐฯ

หวยก็เลยมาออกที่อัฟกานิสถาน จู่ๆสหรัฐฯก็ทิ้งแม่แห่งระเบิดทั้งปวงใส่อัฟกานิสถาน โดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ทั้งๆที่สถานการณ์ในอัฟกานิสถานไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับซีเรีย หรือเกาหลีเหนือแม้แต่น้อย

ก่อนหน้านี้ หากจำกันได้ ทรัมป์ ประกาศว่าจะเพิ่มงบกลาโหมขึ้นอีกราว 10% ลำพังสหรัฐฯก็ใช้งบกลาโหมมากที่สุดในโลกอยู่แล้ว มากกว่าอันดับ 2 อย่างจีนกว่า 2 เท่า ทรัมป์ให้เหตุผลว่าเพราะรัฐบาลชุดเก่าสมัยบารัค โอบามา ตัดงบกลาโหมลงไปทุกปีๆ

เชื่อว่า ความวุ่นวายปั่นป่วนที่กำลังเกิดขึ้นจากความงุ่นง่านของสหรัฐฯที่จะโชว์ของ และก่อสถานการณ์ความตึงเครียดขึ้นนั้น อาจจะเกิดจากกำลังภายในของบรรดากลุ่มทุนที่เป็นพวกผู้ผลิตอาวุธทั้งหลาย ที่ตอนนี้หุ้นบริษัทผู้ผลิตอาวุธกำลังพุ่งเอาๆ

สิ่งสำคัญที่ต้องไม่ลืมครับว่า เศรษฐกิจสหรัฐอยู่ได้ด้วยสินค้าไม่กี่ประเภท อย่างแรกคือภาคการเงิน ทรัมป์ก็เตรียมลดความเข้มงวดลงให้บรรดาภาคธนาคารออกอาละวาดในภาคการเงินอีกครั้ง 2 คือพลังงาน ทรัมป์ก็ผลักดันให้กลับมาผลิตน้ำมัน และถ่านหินอย่างเต็มที่โดยไม่แคร์เรื่องโลกร้อนที่รณรงค์กันมาแทบตาย และสุดท้าย สหรัฐฯก็คือรัฐทหาร ที่ต้องพึ่งพาการผลิต และ ขายอาวุธ

สหรัฐฯจะทำอะไร ก็วนเวียนอยู่กับ 3 ปัจจัยนี่ล่ะครับ…

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,254 วันที่ 20 - 22 เมษายน พ.ศ. 2560


สหรัฐฯ โชว์ของ