‘วรบุระ หัวหิน’เสน่ห์3พระราชวังสมัยรัชกาลที่5

18 April 2017





เอกลักษณ์ของรีสอร์ทริมหาดหัวหิน ซึ่งมีแลนด์สเคปอันโดดเด่นในสไตล์โคโลเนียล-ไทยสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากยุคสมัย “สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5” เสด็จประพาสยุโรปในต้นศตวรรษที่ 19 แรงบันดาลใจจาก 3 พระราชวัง คือ พระที่นั่งมฤคทายวัน พระที่นั่งวิมานเมฆ และพระราชวังบ้านปืนนำมาซึ่งการออกแบบที่ดูคลาสสิก ของ “วรบุระ รีสอร์ทแอนด์สปา”

บรรยากาศย้อนยุคซึ่งทำให้เรารู้สึกได้ถึงการผ่อนคลายในแบบสโลว์ไลฟ์เติมเต็มวันพักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายในชีวิตได้อย่างสุโขเพียงก้าวแรกที่เช็คอิน คุณจะประทับไปกับการต้อนรับของพนักงานในชุดไทยสมัยรัชกาลที่ 5 และคำขานรับคุณ ด้วยคำว่า “เจ้าค่ะ” และ“ขอรับ”ด้วยสำเนียงไพเราะใจจับ

tp23-3253-2
สัมผัสแรก ณ “ เดอะล็อบบี้ มิวเซียม”ไม่เพียงจะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใน “พระที่นั่งวิมานเมฆ”เท่านั้น แต่การตกแต่งของภาพต่างๆที่ประดับประดาอยู่โดยรอบ ล้วนเป็นภาพในอดีตเมื่อครั้งที่ท่านทรงเสด็จประพาสยุโรป อาทิ ภาพการต้อนรับของประเทศต่างๆขณะในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป รวมถึงภาพต่างๆขณะท่านทรงเสด็จเยือนยุโรป ภาพเหล่านี้ล้วนบอกเล่าเรื่องราวในประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี

tp23-3253-3
พื้นที่โดยรอบรีสอร์ททำเรานึกถึง “พระที่นั่งมฤคทายวัน” จากลวดลายฉลุไม้จริง และความร่มรื่นจากพรรณไม้เขตร้อน รวมถึง สวนป่า ปาแตง สไตล์ยุโรป คล้ายเขาวงกต ขณะที่ห้องพักทั้ง74 ห้องและวิลล่า 3 หลัง แต่ละห้องพัก แม้จะเป็นสไตล์ไทยย้อนยุค แต่ก็มีความกิ๊บเก๋แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อห้องพักที่เป็นชื่อของจังหวัดในประเทศไทยใน 76 จังหวัดและอีก 1 ห้อง ใช้ชื่อห้องว่าอำเภอหัวหิน การตกแต่งของแต่ละห้องยังแสดงถึงเอกลักษณ์ของจังหวัดนั้นๆอีกด้วย ทั้งห้องพักของที่นี่ยังจัดว่ากว้างขวางมาก เพราะขนาดห้องที่เล็กที่สุด ยังมีขนาดพื้นที่มากถึง 44 ตร.ม.

tp23-3253-4
ขณะเดียวกันในส่วนของ “เดอะ วอร่า สปา” เห็นเด่นชัดว่าได้แรงบันดาลใจจาก “ พระราชวังบ้านปืน” เน้นสีเขียนอ่อนโทนอบอุ่น มีกลิ่นอายล้านนานิดๆ หากสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่าแม้แค่โคมไฟที่ใช้ ก็จะเหมือนกับโคมไฟที่พระราชวังบ้านปืนซึ่งทรีตเม้นท์ ที่นี่จะเป็นการผสมผสานศาสตร์ตะวันออกและตะวันตก โดยใช้สมุนไพรไทยและวัตถุดิบสดจากธรรมชาติในการทำทรีตเม้นท์ ที่ช่วยเรื่องของการดูแลและฟื้นฟูความสมดุลย์ให้กับร่างกาย

มาที่นี่ไม่เพียงคุณจะรู้สึกดื่มด่ำไปกับสถาปัตยกรรมอันแสนประณีตเท่านั้น คุณยังมีโอกาสจะเข้าร่วมกิจกรรมวิถีไทยต่างๆที่ทางรีสอร์ทจัดขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ การสอนทำขนมช่อม่วง เพื่อสร้างประสบการณ์ดีๆในวันพักผ่อนของคุณ

tp23-3253-5
เอ้าท์เลทไดนิ่ง ที่นี่มี 2 ฟิลลิ่งการรับประทานอาหารที่คุณไม่ควรพลาด ซึ่งหากเป็นอาหารเช้า “ห้องอาหารจุลมงกุฎ”พร้อมบริการแบบบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ทั้งอาหารไทย เอเชีย ตะวันตก การันตรีอาหารเช้าที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นดี มีให้เลือกสรรไม่ต่ำกว่า 20 เมนูต่อวัน แถมเมนูยังสุดโดนใจ มีแม้กระทั่งน้ำพริก ไปจนถึงเมนูนานาชาติต่างๆเต็มไลน์บุฟเฟ่ต์

ส่วนใครชอบบรรยากาศติดทะเล แนะนำ “ห้องอาหารรักษ์ทะเล” ซึ่งพร้อมเสริฟทั้งอาหารไทย นานาชาติ และซีฟู้ดปรุงสดทุกเมนู เมนูขึ้นชื่อ “หอยจ๊อ รศ.126” รวมถึง “เย็นตาโฟหม้อไฟเครื่องกรอบ” สเต็กเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ และพิเศษสำหรับทุกเย็นวันศุกร์-เสาร์ จะมีบาร์บีคิวย่างถ่าน พร้อมโชว์ควงกระบองไฟ สร้างสีสันให้คุณระหว่างทานอาหารอีกด้วย ทั้งบริเวณใกล้ๆกัน ทางรีสอร์ทยังสร้างเอ้าท์ดอร์บาร์ ที่มีรูปลักษณ์เหมือน “ซุ้มยาดอง” ซึ่งหยิบเอาความเป็นท้องถิ่นเข้ามาดึงดูด เพื่อพร้อมเสิร์ฟสารพัดคอกเทลตามสูตรสากล

เรียกได้ว่ารีสอร์ทแห่งนี้ ช่างเต็มไปด้วยความสง่างามของสถาปัตยกรรม การได้เรียนรู้ประสบการณ์แบบวิถีไทย ท่ามกลางเซอร์วิสในระดับ 5 ดาว และความยูนีคแห่งเดียวที่คุณจะสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบของเมืองตากอากาศแห่งนี้ที่แทบไม่ต่างจากในอดีต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,253 วันที่ 16 - 19 เมษายน พ.ศ. 2560