กต.แนะคนไทยไปรัสเซียเพิ่มความระมัดระวัง

4 April 2017






กระทรวงการต่างประเทศแถลงการณ์ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในขบวนรถไฟใต้ดินที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อต้นสัปดาห์นี้ พร้อมเตือนชาวไทยที่พำนักอยู่ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และที่กำลังจะเดินทางไปยังรัสเซีย ให้ติดตามข้อมูลข่าวสารของทางการรัสเซียผ่านเฟสบุ๊คของสถานเอกอัครราชทูตฯ และหลีกเลี่ยงพื้นที่เกิดเหตุ

ตามที่เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลาประมาณ 14.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ได้เกิดเหตุระเบิดในขบวนรถไฟใต้ดินที่สถานี Sennaya Ploshchad และสถานี Technological Institute นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย (อยู่ห่างจากกรุงมอสโกไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 700 กิโลเมตร) นั้น

กระทรวงการต่างประเทศระบุผ่านแถลงการณ์ว่า ได้ติดตามสถานการณ์และพัฒนาการอย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ซึ่งได้ประสานกับกลุ่มคนไทย และสถานกงสุลใหญ่กิตติมศักดิ์ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กว่า ขณะนี้ ไม่มีคนไทยได้รับผลกระทบ โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีข้อความสารแสดงความเสียใจถึงนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ ทางการรัสเซียได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยเฉพาะสนามบิน Pulkovo นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยของรถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโก และสนามบิน Vnukovo ณ กรุงมอสโก อย่างไรก็ดี ขอแนะนำให้ประชาชนชาวไทยที่พำนักอยู่ในนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และที่กำลังจะเดินทางไปยังสหพันธรัฐรัสเซีย โปรดติดตามข้อมูลข่าวสารของทางการสหพันธรัฐรัสเซียผ่านทาง Facebook Page ของสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ที่ https://www.facebook.com/rtemoscow หรือจากช่องทางอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้อย่างใกล้ชิด เพิ่มความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียงและสามารถติดต่อเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมอสโก ได้ที่หมายเลข +7 916 939 2155 (ตลอด 24 ชั่วโมง)

อนึ่ง มีคนไทยอาศัยอยู่ในสหพันธรัฐรัสเซียประมาณ 2,000 คน

 


รัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศ ระเบิดรถไฟใต้ดิน