‘พาที’ดิ้นแก้เกมขาดทุนหนัก ปรับแผนบินเออีซีส่วนนกสกู๊ตบินจีนรอปลดล็อก ICAO

15 October 2015






"พาที" แจงนกแอร์ขาดทุนอ่วมจาก 2 สาเหตุหลักสงครามราคาและการรับรู้ผลขาดทุนในบริษัทสายการบินนกสกู๊ตฯ หลังแผนบินญี่ปุ่นสะดุด จากไทยติดหล่ม ICAO และดีมานด์โตไม่ทันซัพพลาย ระบุไม่มีสายการบินใดแบกภาระขาดทุนได้นาน ขณะเดียวกันเร่งปรับแผนสยายปีกสู่ต่างประเทศ ดันนกแอร์ โฟกัสรูตบินรับเออีซีควบคู่รักษาส่วนแบ่งตลาดในประเทศ ส่วนนกสกู๊ตเปิดบินจีนแก้เกมรอเวลาไทยปลดล็อก SSC เตรียมบินชิงเต่า และไทเป รับตารางบินฤดูหนาว

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกแอร์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ในปีนี้อาจจะมีแนวโน้มไม่สดใส โดยผลประกอบการของบริษัทและบริษัทย่อยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ ที่มีผลขาดทุนรวม 622.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 424.14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุมาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.สงครามราคาตั๋วเครื่องบินที่เกิดขึ้นในประเทศ และ 2.การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัท สายการบินนกสกู๊ต จำกัด ซึ่งนกแอร์ ถือหุ้นอยู่ 51% ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ นกแอร์มีแผนเปิดจุดบินในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ก็คาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

ทั้งนี้หากพิจารณาในแง่ของจำนวนผู้โดยสาร พบว่านกแอร์ มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร(เคบินแฟกเตอร์)เฉลี่ยอยู่ที่79-80% ถือว่าเติบโตขึ้นหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาคือเรื่องการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศของคนไทยที่เติบโตในระดับต่ำ ส่งผลให้อัตรารายได้ค่าโดยสารต่อผู้โดยสารต่อกิโลเมตร (Passenger yield)ลดลง แต่นกแอร์ก็ยังขายตั๋วราคาสูงกว่าคู่แข่งอยู่เพราะเชื่อว่าดีมานด์ของผู้โดยสาร มีการเติบโตอยู่ เพียงแต่โตไม่ทันกับซัพพลายหรือปริมาณเที่ยวบินที่เพิ่มสูงขึ้นมาก แต่อย่างไรก็ตามคิดว่าในปีหน้าดีมานด์ของผู้โดยสารก็จะเติบโตทันกัน และการขายตั๋วราคาขาดทุนของบางสายการบินในตลาด ก็จะลดลง เพราะคงไม่มีใครแบกรับภาระการขายตั๋วในราคาขาดทุนได้อย่างยาวนาน ซีอีโอนกแอร์กล่าว

ดังนั้นทิศทางการดำเนินธุรกิจของนกแอร์จะให้ความสำคัญ ต่อการขยายจุดบินออกสู่ต่างประเทศเพิ่มขึ้นโดยเตรียมเปิดจุดบินใหม่สู่เมืองฮานอย ประเทศเวียดนาม ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ เพิ่มเติมจากจุดบินระหว่างประเทศใน 2 เส้นทาง คือ ย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ และไทเป ที่เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม2558 ซึ่งนกแอร์ จะโฟกัสเส้นทางต่างประเทศในกลุ่มประเทศเออีซี เพราะจะทำให้นกแอร์ขยายฐานผู้โดยสารต่างชาติได้เพิ่มขึ้นและช่วยลดการแข่งขันในเส้นทางบินในประเทศ

"ช่วงตารางบินฤดูหนาว ที่จะเริ่มในเดือนตุลาคมปีนี้ จะเห็นว่านกแอร์จะโฟกัสจุดบินสู่เวียดนาม นอกจากการเปิดจุดบินใหม่แล้ว ยังได้เปิดตัวโปรโมชัน "ซินจ่าว เวียดนาม" ด้วยบัตรโดยสารราคาพิเศษ เริ่มต้นที่ 999 บาท ต่อเที่ยว ทั้งเส้นทางบิน ฮานอย และ โฮจิมินห์ เริ่มเปิดสำรองที่นั่งตั้งแต่วันนี้ จนถึง วันที่ 17 ตุลาคมนี้ ผ่านเว็บไซต์ www.nokair.com และ นกแอร์แอพพลิเคชัน ซึ่งผู้โดยสารนกแอร์ยังคงได้รับสิทธิ์บริการฟรีน้ำหนักกระเป๋า 30 กิโลกรัม พร้อมอาหารว่างบนเครื่อง และยังเลือกที่นั่งได้เองทางเว็บไซต์หรือที่เคาน์เตอร์เช็กอินโดยไม่มีค่าใช้จ่ายหรือเลือกที่นั่งแบบพิเศษนกพรีเมียมซีต ด้วยราคาเริ่มต้น 240 บาทต่อที่นั่ง"

ส่วนเส้นทางบินในประเทศ นกแอร์ก็จะเน้นการเพิ่มความถี่ในเส้นทางที่ความต้องการในการเดินทางสูง เพื่อรักษาฐานลูกค้าในประเทศ โดยปัจจุบันนกแอร์ทำการบินอยู่รวม 27 เส้นทาง จำนวนกว่า 100 เที่ยวบินต่อวัน และนกแอร์ ไม่มีปัญหาเรื่องเที่ยวบินล่าช้า(ดีเลย์)แล้ว เพราะทยอยรับมอบเครื่องบินใหม่ได้ตามแผน โดยจนถึงสิ้นปีนี้จะมีฝูงบิน 28 ลำ

ขณะที่การขาดทุนของนกสกู๊ต ก็สืบเนื่องจากการไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามแผนที่วางไว้ว่าจะเปิดทำการบินสู่เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น อันเป็นผลมาจากหน่วยงานด้านการกำกับดูแลการบินของไทย ติดปัญหาการถูกชี้แจงข้อบกพร่องจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือICAO ทำให้ทั้ง 2 ประเทศ ไม่อนุญาตให้สายการบินของไทยเพิ่มหรือเปิดจุดบินใหม่เข้าไป ดังนั้นในช่วงที่ผ่านมาก็ปรับแผนไปทำการบินเส้นทางอื่นๆที่ไม่มีผลกระทบแทน อย่าง สิงคโปร์ นานกิง ซึ่งผู้ร่วมถือหุ้น อย่างสายการบินสกู๊ตโลว์คอสต์ ลองฮอลล์ของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ก็เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่ไทยปลดล็อกปัญหาเรื่องที่ICAO ชี้แจงข้อบกพร่องได้ นกสกู๊ต ก็พร้อมเปิดทำการบินสู่ญี่ป่น เพราะจากผลการศึกษาถือเป็นเส้นทางที่ทำรายได้ดีมาก และจากที่เปิดทำการบินเช่าเหมาลำไปก่อนหน้านั้นขายดีมากมีรายได้สูงถึง 400 ล้านบาท นายพาที กล่าวทิ้งท้าย

ด้านนายปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า ในช่วงตารางบินฤดูหนาวนี้ นกสกู๊ต เตรียมจะเปิดทำการบินใน 2 จุดบินใหม่ คือ เส้นทางกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-ไทเป วันที่ 25 ตุลาคมนี้ และเส้นทางกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-ชิงเต่า ประเทศจีน วันที่ 26 ตุลาคมนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาเที่ยวไทย ซึ่งจะทำให้สายการบินมีเส้นทางบิน เพิ่มจากปัจจุบันที่เปิดทำการบินในเส้นทางสู่สิงคโปร์ , นานกิงและหากไทยแก้ปัญหาเรื่อง ICAO แล้วเสร็จ ก็จะกลับมาพิจารณายื่นขอเปิดจุดบินสู่โซล (เกาหลีใต้)และเส้นทางบินสู่โตเกียว และโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ตามแผนธุรกิจที่วางไว้แต่แรกนับจากจัดตั้งนกสกู๊ต

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3096 วันที่ 15 - 17 ตุลาคม พ.ศ. 2558


ผลประกอบการ นกสกู๊ต พาที สารสิน สายการบินนกแอร์ ปิยะ ยอดมณี