พาณิชย์เผยรัฐฉานพร้อมเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับไทย

3 April 2017






นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยภายหลังจากการหารือกับ U Soe Nyunt Lwin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและเศรษฐกิจ และ U Sai Seng Tip Lone รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ของรัฐฉาน ในโอกาสที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทย-รัฐฉาน ตามคำเชิญของกรมการค้าต่างประเทศ ในระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน 25560 โดยการเชิญรัฐมนตรีทั้งสองท่านของรัฐฉานมาในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการจัดงานมหกรรมการค้าชายแดน   แม่สอด-เมียวดี โมเดล Stronger Together เมื่อปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางและการคลังเมียนมา เดินทางมาร่วมหารือข้อราชการและเข้าร่วมงานดังกล่าว ซึ่งถือได้ว่าประสบความสำเร็จเป็นอันมาก

ที่ผ่านมารัฐฉานและกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง จะได้ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Trade & Investment in Shan State, Myanmar” และ “Opportunities and Privilege for the Investors” นอกจากนั้นแล้วยังจะได้มีการเข้าร่วมการประชุมหารือร่วมกับหอการค้าท่าขี้เหล็กและหอการค้าแม่สาย หอการค้าเชียงแสน หอการค้าเชียงของประเทศไทยเพื่อผลักดันการค้าชายแดน ไทย-เมียนมา (รัฐฉาน - อ.แม่สาย จ.เชียงราย) ปัจจุบันรัฐฉาน ซึ่งมีเมืองตองยี เป็นเมืองหลวง นั้น มีความพร้อมที่จะเชิญชวนให้นักธุรกิจไทยเดินทางไปทำธุรกิจ การค้า และการลงทุน โดยที่ผ่านมารัฐบาลรัฐฉาน ได้มีการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น ถนน สะพาน และระบบไฟฟ้าและน้ำประปา เพื่อรองรับนักลงทุนจากต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในรัฐฉาน ตลอดจนยังได้มีการพัฒนาเมืองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยที่จะใช้โอกาสในการมาดำเนินธุรกิจ และท่องเที่ยวควบคู่กันไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดเมืองตองยีและเมืองเชียงตุง รัฐฉาน เป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับสินค้าไทย และส่วนแบ่งการตลาดมีโอกาสเติบโตค่อนข้างสูง เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ให้ความเชื่อถือว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ประกอบกับการที่ชาวเมียนมานิยมเลือกซื้อสินค้าเดิมและซื้อซ้ำอีก มีความเชื่อมั่นต่อตราสินค้า (Brand Royalty) ค่อนข้างสูง หากสินค้าที่วางจำหน่ายเป็นที่ชื่นชอบของตลาด นอกจากนั้นแล้วสินค้าไทยที่ถูกส่งไปขายยังเมืองตองยีก็ยังสามารถที่จะกระจายไปยังเมืองสำคัญของเมียนมาเมืองอื่นๆ เช่น เมืองมัณฑะเลย์ และกรุงเนปิดอร์ ได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สินค้าจากจีน ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สำคัญที่สินค้าไทยไม่ควรมองข้าม ดังนั้น ในอนาคต สินค้าจากจีนจะเข้ามามีส่วนแบ่งการตลาดมากขึ้น ไทยจึงควรสร้างพันธมิตร/เครือข่ายทางการค้า (Trade network / Trade Alliance) ที่ดีกับรัฐฉาน ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน เพื่อรักษาและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดต่อไป

ปัจจุบันไทยทำการค้าชายแดนกับเมียนมาผ่านอำเภอแม่สาย มากเป็นอันดับ 4 ของด่านการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ทั้งหมด โดยในปี 2559 ที่ผ่านมาการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีมูลค่า 8,904.32 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 8,731.42 ล้านบาท และการนำเข้า 172.90 ล้านบาท สำหรับในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 (ม.ค.-ก.พ.) มีมูลค่าการค้ารวม 1,362.90 ล้านบาท แยกเป็นการส่งออก 1,311.24 ล้านบาท และการนำเข้า 51.66 ล้านบาท โดยสินค้าที่มีการส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคและบริโภค ส่วนสินค้านำเข้านั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสินค้าทางการเกษตร ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ของไทยได้ให้ความช่วยเหลือรัฐบาลเมียนมาทางด้านการให้ความรู้และพัฒนาระบบ Software และ Hardware เพื่อพัฒนาระบบออนไลน์ และสนับสนุนการใช้สิทธิ C/O Form D ระหว่างกันให้มากขึ้น

 


พาณิชย์ การค้า รัฐฉาน