‘แมคโดนัลด์’เอาใจผู้บริโภคยุคใหม่ใช้แอพสั่งซื้อสินค้า

18 March 2017






จากการสำรวจครั้งใหญ่ของแมคโดนัลด์ (McDonald’s) บริษัทฟาสต์ฟูดยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ พบว่า ตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา แมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ สูญเสียลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยนับตั้งแต่ปี 2555 ทางเชนสูญเสียการทำธุรกรรมสั่งซื้ออาหารของลูกค้าให้กับคู่แข่งเป็นจำนวน 500 ล้านครั้ง ทำให้เจ้าพ่อเชนแฮมเบอร์เกอร์ต้องเร่งไขกลยุทธ์ออกมาดึงลูกค้ากลับคืน

หนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยีสั่งอาหารบนสมาร์ทโฟนมาใช้ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่นิยมการสั่งอาหารผ่านไดรฟ์ทรู โดยปัจจุบันการสั่งอาหารของลูกค้าแมคโดนัลด์นั้น 70% เป็นการใช้บริการผ่านหน้าต่างไดรฟ์ทรู

สำหรับเทคโนโลยีการสั่งซื้ออาหารและชำระเงินบนแอพพลิเคชั่นของแมคโดนัลด์ผ่านสมาร์ทโฟน ลูกค้าที่ไม่ต้องการเสียเวลาต่อแถวซื้ออาหารจากหน้าต่างไดรฟ์ทรูสามารถเลือกใช้บริการที่เรียกว่า Curbside Delivery โดยเมื่อสั่งอาหารและชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าก็สามารถมารับอาหารได้ที่แมคโดนัลด์ในสาขาที่อยู่ใกล้ที่สุดได้ทันที โดยเมื่อมาถึงพนักงานจะนำอาหารไปส่งให้ที่รถ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นแมคโดนัลด์จะนำระบบดังกล่าวมาใช้กับร้านจำนวน 1.4 หมื่นแห่งทั่วสหรัฐฯ ในช่วงปลายปีนี้ จากนั้นจะขยายไปสู่ร้านค้า 2 หมื่นแห่งทั่วโลก

นอกจากนี้ ภายในร้านอาหารของแมคโดนัลด์จะได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยเช่นกัน โดยร้านอาหาร 2,500 แห่งจะถูกเปลี่ยนไปสู่ร้าน "Experience of the Future" โมเดลร้านอาหารยุคดิจิตอลที่มาพร้อมกับการให้บริการผ่านระบบบลูทูธ ตู้สั่งอาหารด้วยตัวเอง ตลอดจนเมนูเครื่องจำนวนมากจากแมคคาเฟ่ งบประมาณการปรับโฉมร้านค้าเริ่มตั้งแต่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับร้านที่ต้องอัพเกรดเพียงเล็กน้อย ไปจนถึง 7 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับร้านที่ต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

ผู้บริหารของแมคโดนัลด์กล่าวว่า ร้านที่ปรับโฉมไปแล้วสามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นราว 4-8% และมักจะได้รับความพึงพอใจจากผู้บริโภคมากขึ้น นอกจากนี้ตู้สั่งอาหารยังทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น มีจำนวนลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยอดขายจากลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มหรือครอบครัว ซึ่งแมคโดนัลด์คาดว่าภายในปี 2563 ร้านในสหรัฐฯ ทั้งหมดจะอยู่ในรูปแบบแห่งอนาคต

ขณะเดียวกัน ผู้บริหารแมคโดนัลด์เชื่อว่าบริการส่งอาหารถึงบ้านมีศักยภาพอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจของแมคโดนัลด์ เนื่องจากประชากร 75% ในตลาดใหญ่ที่สุด 5 แห่งของแมคโดนัลด์ ซึ่งรวมถึงในสหรัฐฯ อยู่ภายในรัศมี 3 ไมล์ของร้าน
อย่างไรก็ดี นับว่าแมคโดนัลด์ตามหลังคู่แข่งอยู่หลายรายในการนำเทคโนโลยีโมบายมาใช้สั่งอาหารและชำระเงิน ไม่ว่าจะเป็นสตาร์บัคส์ ดังกิ้นโดนัท โดมิโนส์ หรือทาโก้เบลล์ อย่างโดมิโนส์ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากกับการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ช่วยให้ยอดขายเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 23 ไตรมาสติดต่อกัน

สำหรับเป้าหมายของแมคโดนัลด์ คือต้องการเพิ่มอัตรากำไรจากการดำเนินงานขึ้นจากประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน เป็น 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ภายในปี 2562 พร้อมกับขายร้านอาหารในรูปแบบแฟรนไชส์มากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,244 วันที่ 16 - 18 มีนาคม พ.ศ. 2560


แมคโดนัลด์ แอพ