บพ.รื้อเกณฑ์ตั้งแอร์ไลน์ใหม่ สกรีน 20 สายการบินพ้นธุรกิจ

26 April 2015






บพ.รื้อเกณฑ์ตั้งแอร์ไลน์ใหม่ สกรีน 20 สายการบินพ้นธุรกิจ


บพ.ไล่ตรวจสอบ 61 สายการบินไทยทั้งระบบ สกรีน 20 แอร์ไลน์พ้นธุรกิจ หลังพบมีทั้งเลิกกิจการ ขอใบอนุญาตให้เปิดบินภายใน 1 ปี รวมถึงดองการออก AOC เบ็ดเสร็จคัดเหลือ 41 สาย ดึง 28 แอร์ไลน์ เข้าค่ายจัดกรุ๊ปไล่อันดับเดินหน้าออก AOC ตามมาตรฐานใหม่ก่อน ด้านดีดีบินไทย รับภารกิจเตรียมนัดสายการบินประเมินผลกระทบ ให้ความช่วยเหลือ มั่นใจปัญหา ICAO การบินไทยโอกาสเสี่ยงน้อยเพราะวางแผนรับมือล่วงหน้าไว้แล้ว


นายสมชาย พิพุธวัฒน์ อธิบดีกรมการบินพลเรือน หรือบพ. เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่าขณะนี้บพ.อยู่ระหว่างการตรวจสอบสายการบินของไทยทั้งหมด เพื่อทบทวนการออกใบรับรองการเดินอากาศหรือAOC ใหม่ (Re-certification) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการทบทวนการออก AOC ได้หลังการจัดทำคู่มือ  และการตรวจสอบในเรื่องของการขนส่งสินค้าอันตราย และการปรับมาตรฐานการ


ออกAOC ใหม่ให้เป็นสากลที่บพ.ได้รับความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งจากต่างประเทศ อย่างองค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรปหรือEASA สำนักงานการบินพบเรือนสิงคโปร์หรือCAAS  และผู้ชำนาญจากสายการบินต่างๆของไทย จะร่วมกันจัดทำคู่มือดังกล่าวแล้วเสร็จ ที่คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในเดือนพฤษภาคมนี้


             เนื่องจากปัจจุบันมีผู้ประกอบการกิจการค้าขายในการเดินทางอากาศ(AOL) มากถึง61 สายการบิน แต่ที่ผ่านมามีสายการบินที่ถูกยกเลิกAOC ไปเพราะไม่สามารถทำการบินได้ภายใน 1 ปี บางสายหยุดทำการบินไปบางสายการบินบพ.ระงับการออกAOC จากผู้ประกอบการที่ยื่นเรื่องเข้ามาใหม่ รวมกว่า 20 สายการบินเช่น  ซันนี่ แอร์เวย์ส,เอเชีย คอนเน็กซ์ แอร์ไลน์ (พีซีแอร์เดิม),อาร์พีเอส ซิสเต็ม,นายน์ สตาร์ แอร์เวย์ส,บริษัท เฮวิลีฟ ทีเอฟเอชเอส จำกัด, บริษัท คลอลิตี้ แอร์เวย์ จำกัด ,บริษัท เจอร์นี เจ็ท จำกัด,บริษัท ไทยทัวร์ แอนด์ ทรานส์แอร์เวย์ จำกัด,ไทย เอ็กซ์เพรส แอร์,แอร์ อินเตอร์ ทรานสปอร์ต ,คิง สกาย ไดม่อน แอร์ไลน์ส, เป็นต้น เพราะบพ.ต้องการเร่งแก้ปัญหาในเรื่องICAO กับสายการบินที่มีAOC เดิมอยู่แล้วเป็นหลัก


         ทำให้ปัจจุบันมีสายการบินที่ได้AOC อยู่ 41 สายการบิน เป็นสายการบินที่ทำการบินในเส้นทางระหว่างประเทศ 28 สายการบิน(ทั้งบินประจำและเช่าเหมาลำ) เป็นสายการบินในประเทศ 13 สายการบินขณะเดียวกันยังได้พักใช้ใบรับรองการขนส่งสินค้าอันตรายไปแล้ว 7 สาย  ทั้งนี้กระบวนการออกAOC ใหม่ ตามมาตรฐานใหม่ จะเน้นไปที่ 28 สายการบินที่ทำการบินในเส้นทางระหว่างก่อนโดยจะมีการจัดอันดับสายการบิน ออกเป็นกลุ่มๆ เน้นเที่ยวบินประจำเป็นหลักก่อน  เพื่อเซตระบบในการตรวจสอบเพื่อออกใบรับรองใหม่ ที่จะเริ่มจากสายการบินหลักและสายการบินจำเป็นก่อน ที่จะเริ่มตรวจ 4 สายการบินก่อน คือ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ส นกสกู๊ต และไทยแอร์เอเชีย


            จากนั้นจะทยอยตรวจสอบเพื่อออกAOC ให้สายการบินอื่นๆที่เหลือเป็นระยะๆต่อไป อย่าง นกแอร์ , ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์ ,เจ็ท เอเชีย ,เอเชีย แอตแลนติค แอร์ไลน์ส, โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ส,  เค ไมล์ แอร์ ,บิสซิเนส แอร์, สยาม แลนด์ ฟายอิ้ง, เอ็มเจ็ท , เอช.เอส.เอวิเอชั่น,ไทย ฟายอิง, เอซี เอวิเอชั่น,แอดวานซ์ เอวิเอชั่น, สกายวิว แอร์เวย์, สยาม แอร์เน็ท,ซิตี้ แอร์เวย์ส,สบายดี แอร์เวย์ (นิวเจน แอร์), ไทยไลอ้อน เมนทารีกซ์ ,วีไอพี เจ็ท,เอเชียน แอร์,ไทย สมายล์ แอร์เวย์ส ,สยาม แอร์ ทรานสปอร์ต,ไทย เอ็กซ์เพรส แอร์, และไทย เวียดเจ็ทจากนั้นจึงจะมาเริ่มออกAOC ใหม่กับสายการบินที่ทำการบินในประเทศ 13 สายการบิน


            แหล่งข่าวระดับสูงจากกรมการบินพลเรือน เผยว่า การออกAOC ใหม่นี้ไม่ใช่ทุกสายการบินจะได้ใบรับรองเพราะหากไม่ได้มาตรฐานตามกระบวนการออกAOC ใหม่ที่อยู่ระหว่างการจัดทำคู่มือใหม่ ก็อาจจะไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้เหมือนเดิม ซึ่งก็ถือเป็นการสกรีนการดำเนินธุรกิจการบินที่ต้องมีมาตรฐานเพิ่มขึ้น ส่วนในเรื่องของการขนส่งสินค้าอันตราย ปัจจุบันมีสายการบินที่ถูกพักใช้ใบรับรองเรื่องของการขนส่งสินค้าอันตรายจำนวน 7 สาย เนื่องจากไม่ได้ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าอันตราย ได้แก่ ไทยสมายล์ ,ไทยเวียดเจ็ท,โอเรียนไทย แอร์ไลน์ส ,ไทยเอวิเอชั่น เซอร์วิส ,HS เอวิเอชั่น มีเพียงการบินไทยและเคไมล์  2 สายที่ดำเนินธุรกิจขนส่งสินค้าอันตราย


           ทางด้าน นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)เผยว่า การบินไทยได้รับมอบหมายจากกระทรวงคมนาคมให้เข้ามาช่วยหารือกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อประเมินผลกระทบของสายการบิน ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต จากเรื่องของปลดล็อกSSCที่อาจจะล่าช้าไปโดยเฉพาะเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ในเส้นทางบินสู่บินสู่ญี่ปุ่นผ่อนผันให้สายการบินเช่าเหมาลำทำการบินเข้าได้ชั่วคราว 2 เดือน (เมษายน-พฤษภาภาคม) ซึ่งจะมีการนัดหารือกับสายการบินต่างๆเพื่อรับฟังปัญหาประเมินผลกระทบและมองถึงแนวทางในการช่วยเหลือและแก้ปัญหาร่วมกัน


              ส่วนการดำเนินธุรกิจของการบินไทยแม้การปลดล็อกSSC ของบพ. อาจจะล่าช้าจากแผนเดิมราว 1 -1 เดือนครึ่งแต่ผมก็ยังเชื่อว่าเหตุการณ์นี้การบินไทยจะมีความเสี่ยงน้อย ที่ธุรกิจจะได้รับผลกระทบถึงขั้นเกิดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ อย่างการห้ามบิน เพราะการบินไทยมีแผนรับมือไว้ดี ซึ่งมี 5 ขั้นตอนและหลายเรื่องเป็นไปตามที่เตรียมรับมือไว้นายจรัมพรกล่าวและระบุว่า


            สำหรับแผนรับมือ ได้แก่ 1.การเตรียมพร้อมรองรับการตรวจระดับลานจอด ที่เริ่มเตรียมมาตั้งแต่เดือนมกราคม ก็เป็นไปตามแผนเราสอบผ่าน 2.มีการประเมินตนเอง ว่าวางกรอบการทำงานในกระบวนการต่างๆให้สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ ๆ ในด้านการบินระดับสากล ทั้ง คู่มือแอร์คราฟต์  การซ่อมบำรุง


คู่มือการฝึกอบรมเรื่องของสินค้าอันตรายที่ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อเดือนที่ผ่านมา  3.การเตรียมการให้บุคคลที่ 3 ที่ปกติเข้ามาตรวจสอบเราทุกปี เข้ามาดำเนินการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของการบินไทยเร็วขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมนี้ 4.มีแผนรองรับการทำเบส ออดิต หรือกรณีที่หน่วยงานการตรวจสอบของประเทศต่างๆขอเข้ามาตรวจสอบสายการบินตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งการบินไทยเตรียมพร้อมรองรับการตรวจจากจีนในเร็วๆนี้ 5.การทำแผนรองรับการดำเนินการในแต่ละช่วงหากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่แตกต่างกันอาทิห้ามเปลี่ยนแบบเครื่องบินห้ามขยายจุดบินใหม่


          แหล่งข่าวจากสายการบินเอเชีย แอตแลนติค แอร์ไลน์ส (AAA) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรอท่าทีของกรมการบินพลเรือน (เจแคป) หลังวันที่ 23 เมษายนนี้ ตัวแทนจากไทยจะเดินทางไปหารือเพื่อขอยืดเวลาผ่อนผันให้กับผู้ประกอบการสายการบินจากไทยเข้าไปทำการบิน หลังกระทรวงคมนาคมออกมาชี้แจงว่าอาจจะปลดล็อกปัญหาข้อบกพร่องที่มีนัยสำคัญ (SSC) ช้ากว่ากำหนดออกไปจากเดือนมิถุนายนไปเป็นราวเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์ที่ทำการบินในเส้นทางญี่ปุ่นได้รับผลกระทบตาม ทั้งนี้ในส่วนของทางสายการบินจากการประเมินเบื้องต้นยอดจองบุ๊กกิ้งการเดินทางของนักท่องเที่ยวผ่านเอเยนต์มาแล้วกว่า 1 หมื่นราย (ทั้งชำระเงินแล้ว และยังไม่ชำระ) ระหว่างเดือนมิถุนายนธันวาคม 2558 ซึ่งหากเจแคปไม่สามารถผ่อนปรนระยะเวลาอนุญาตทำการบินได้ทางออกที่ดีที่สุดคงจะเป็นการคืนเงินมัดจำให้กับลูกค้า



กรมการบินพลเรือน นายสมชาย พิพุธวัฒน์ ICAO AOC นายจรัมพร โชติกเสถียร การบินไทย