ส่งออกทูน่าเวียดนามพุ่งแรง คาดตลาดยุโรปขยายตัวหลังสัญญาค้าเสรีมีผล

16 February 2017



Advertisement

สมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนามคาดการส่งออกปลาทูน่าในปีนี้จะขยายตัว 8% ทำเงินเข้าประเทศ 524 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 18,864 ล้านบาท) ระบุสัญญาการค้าเสรีเอฟทีเอดันตลาดยุโรปขยายตัวต่อเนื่อง

หนังสือพิมพ์เวียดนามนิวส์รายงาน อ้างคำให้สัมภาษณ์ของนายเจื่องดินห์ฮอ (Truong Dinh Hoe) เลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนามฯ (VASEP) ว่า “หลังจากยอดการส่งออกลดลงต่อเนื่องมา 3 ปี ในปีนี้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น 8%”

นายฮอ กล่าวว่าในปีที่แล้วส่งออกปลาทูน่าได้เงิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 18,000 ล้านบาทลดลง 9% เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน โดยในปีที่แล้วการส่งออกมีสัดส่วนของเนื้อปลาทูน่า 47% และปลากระป๋อง 30% โดยผู้ซื้อรายใหญ่คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ประเทศสมาชิกอาเซียน จีนและญี่ปุ่นตามลำดับ

ในปีที่แล้วปรากฏว่าตลาดสหรัฐอมริกาได้ขยายตัวขึ้น 4.5% เวียดนามสามารถส่งออกทูน่าได้ 200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7,200 ล้านบาท) ทำให้เวียดนามกลายเป็นผู้ส่งออกทูน่าไปสหรัฐอเมริกาใหญ่เป็นอันดับ 2 ของตลาด
นายฮอ กล่าวว่าถ้าผู้ส่งออกปลาทูน่าเวียดนาม ยังคงเสียภาษีนำเข้าตลาดสหรัฐอเมริกาเท่ากับผู้ส่งออกทูน่ารายอื่น ๆ เวียดนาม จะรักษาอันดับผู้ส่งออกทูน่าไปสหรัฐอเมริกาใหญ่เป็นอันดับ 2 ไว้ได้อย่างแน่นอน และอาจจะเอาชนะประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นผู้ส่งออกปลาทูน่าไปสหรัฐ อเมริกาอันดับ 1 ในเวลาไม่กี่ปีข้างหน้าได้ด้วย

การส่งออกไปสหภาพยุโรปซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ของเวียดนามในปีที่แล้วมีมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3,960 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 11.5% โดยการส่งออกเนื้อปลาทูน่าแช่แข็งไปตลาดยุโรปมีสัดส่วน 36% สูงเป็นอันดับ 1 ตามด้วยปลาทูน่ากระป๋องในสัดส่วน 31% ส่วนทูน่าทั้งตัวแช่แข็งมีสัดส่วน 20%

ตลาดใหญ่ของปลาทูน่าเวียดนามในยุโรปคือประเทศเยอรมนี อิตาลีและเบลเยียม ซึ่งมีสัดส่วนการนำเข้าจากเวียดนามรวมกัน 57 % ของการนำเข้าทั้งหมดของ 3 ประเทศ โดยเวียดนามส่งเฉพาะ ทูน่าครีบเหลืองแช่แข็งทั้งตัวไปอิตาลี ซึ่งเป็นตลาดปลาทูน่าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เวียดนามนิวส์ระบุว่า การส่งออกปลาทูน่าไปตลาดยุโรปมีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากยุโรปและเวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีแล้วและกำลังมีผลใช้บังคับซึ่งทำให้ปลาทูน่าจากเวียดนามเสียภาษีน้อยกว่าทูน่าจากประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดอิตาลีซึ่ง ทูน่าครีบเหลืองแช่แข็งของเวียดนามครองตลาดอยู่แล้ว 28%

สำหรับตลาดจีนและญี่ปุ่นมีรายงานการส่งออกไปขายจีนในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 69.2% ขณะที่ส่งออกไปญี่ปุ่นลดลง 6.9% โดยนายฮอ กล่าวว่าการส่งออกทูน่าไปญี่ปุ่นลดลงทุกปีเนื่องจากคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่นิยมบริโภคเนื้อมากขึ้นทำให้ ลดการบริโภคซาซิมิและซูชิทำให้ลดการบริโภคปลาทูน่าลงไปด้วย โดยมีรายงานจากองค์กรอาหารและเกษตรของสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) ระบุว่าในปี 2559 การบริโภคปลาทูน่าของญี่ปุ่นลดลง 3%

เอฟเอโอ คาดว่าการบริโภคเนื้อปลาของญี่ปุ่นที่ลดลงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมในการบริโภค จึงเชื่อว่าการนำเข้าจากเวียดนามจะลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมผู้ส่งออกและผู้ผลิตอาหารทะเลเวียดนาม รายงานว่าการอ่อนค่าของเงินเยนอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การส่งออกทูน่าไปญี่ปุ่นลดลง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,236 วันที่ 16 - 18 กุมภาพันธ์ 2560