ชูช่อง8ขายความงาม แผนRSโกยเงินดันรายได้ทะลุ3,500ล้าน

8 February 2017






เปิดยุทธศาสตร์ “อาร์เอส” ชูช่อง 8-ธุรกิจสุขภาพความงาม หัวหอกดันรายได้ทะลุ 3,500 ล้านบาท พร้อมส่งโมเดลใหม่ดันธุรกิจเพลงแข็งแรงสุดในรอบ 5 ปี

การขยายธุรกิจจากค่ายเพลงเข้าสู่ธุรกิจมีเดียเต็มรูปแบบ และวันนี้ "อาร์เอส" ยังแตกไลน์ธุรกิจสุขภาพและความงาม หนึ่งในสนามแข่งขันที่วัดทั้งฝีมือและประสบการณ์ กลายเป็นความท้าทายใหม่ของประธานเจ้าหน้าที่บริหารอย่าง "สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์" ที่ประกาศหวนกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดดในธุรกิจเพลงอีกครั้ง กับโมเดลใหม่ที่แม้แต่ค่ายเพลงยักษ์ระดับโลก ยังสนใจเข้ามาศึกษา โดย "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนถึงทิศทางธุรกิจของ "อาร์เอส" ในปี 2560 กับนายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่วันนี้มาพร้อมกับความท้าทายใหม่

"ปีนี้อาร์เอสจะโฟกัส 2 ธุรกิจหลักได้แก่ ทีวีดิจิตอลช่อง 8 กับ ธุรกิจสุขภาพและความงามหรือเฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ ส่วนธุรกิจเพลง จะเป็นธุรกิจที่เติบโตแบบก้าวกระโดด กลับมาแข็งแรงมากที่สุดในรอบ 5 ปี"

นายสุรชัย ฉายภาพของแต่ละกลุ่มธุรกิจให้ฟังว่า ธุรกิจทีวีดิจิตอลยังเป็นสนามที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ตั้งแต่วันแรกที่ประมูลได้ บริษัทมีแผนชัดเจนว่า ช่อง 8 ต้องอยู่ในฐานะกลุ่มนำ โดยทำอย่างไรก็ได้ต้องรักษาเรื่องของผลประกอบการให้มีกำไร จะขาดทุนมากเหมือนที่ช่องอื่นๆ วางไว้ไม่ได้ บางบริษัทอาจจะวางเป้าหมายว่า 5 -7 ปีจะมีกำไร แต่สำหรับช่อง 8 ไม่ได้และระหว่างอยู่ในกลุ่มนำ ก็ต้องบริหารเรื่องกำไร ขาดทุน ถ้ากำไรได้ก็ดี ถ้าจะขาดทุนได้ในช่วงแรกๆ ก็ต้องน้อยที่สุด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนก้าวเข้าสู่ปีที่ 4 ในปีนี้ช่อง 8 จะเดินมาถึงจุดที่บวก เต็มรูปแบบ

โดยปีนี้ช่อง 8 จะมีผังรายการที่สมบูรณ์แบบที่สุด มีสัดส่วนรายการรีรันไม่เกิน 15% พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ The8perience โดยจะใช้เงินลงทุนด้านคอนเทนต์อีก 700 ล้านบาท ใน 4 คอนเทนต์หลัก ได้แก่ ละคร ข่าว กีฬา และวาไรตี โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มจำนวนสายตาผู้ชม (eye ball) เป็น 5.5 แสนรายต่อนาที

"ช่อง 8 มีกำไรตั้งแต่ปีแรก ปี 2 ก็ยังกำไรนิดหน่อย แต่ปี 3 ขาดทุน เพราะเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมาย และปีนี้เชื่อว่า ช่อง 8 จะกลับมามีกำไรอย่างแน่นอนจากรายการละครที่มีโพสิชันนิ่งชัดเจน และรายการกีฬา โดยเฉพาะรายการมวย ซึ่งพบว่ารายการมวยทั้ง 3 รายการติดอันดับท็อปไฟว์ ที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่อง อย่างไรก็ดีความแข็งแกร่งของช่อง 8 จะผลักดันให้ธุรกิจกลุ่มสื่อของอาร์เอส ซึ่งมีทั้งช่อง 2, สบายดีทีวี, ยู แชนเนล และคูล ฟาเรนไฮต์ 93 เป็นธุรกิจที่แข็งแรง มีผลประกอบการที่ดีไปด้วย"

ธุรกิจทีวีดิจิตอลยังต้องมองภาพใหญ่ เพราะมีคู่แข่ง ผู้เล่นเยอะ การแข่งขันสูง ก็ต้องมีทั้งผู้ชนะ และผู้ที่อยู่ในภาวะลำบาก ดังนั้นผู้ที่จะทำต้องทำด้วยความรอบคอบ รัดกุม และสำคัญคือ อยู่เฉยไม่ได้ เพราะถ้าเอาแต่เน้นป้อง ทำงานเชิงรับ ไม่อยู่ในกลุ่มนำ ก็ไม่มีโอกาสได้เม็ดเงินโฆษณา จึงดูเหมือนยากเพราะต้องทำงานเชิงรุก เพื่อให้ตัวเองอยู่ในกลุ่มผู้นำ แต่รุกอย่างไรถึงจะรอบคอบ เพราะจะเห็นว่าใน 1-2 ปีที่ผ่านมามีผู้รุกแบบไม่รอบคอบ ก็ต้องขายไป ผมยังเชื่อว่า ทีวีดิจิตอลเป็นเกมยาว ช่อง 8 ยังเดินในเกมที่วางแผนไว้ และเชื่อว่า 22 ช่อง จะมีตำแหน่งที่ยืนแค่ 5 ช่องเท่านั้น เช่นเดียวกับเวทีประกวดนางงาม ที่จะมีเพียง 5 คนในรอบสุดท้าย ดังนั้นทุกคนต้องสู้กัน

อีกกลุ่มธุรกิจที่ถือเป็นการฉีกแนว สำหรับค่ายเพลงอย่างอาร์เอส คือ ธุรกิจเฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ ซึ่งปีนี้ "นายสุรชัย" บอกว่าจะวิ่งฉิว โดยตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 470 ล้านบาทเติบโต 100% ด้วยเหตุว่า เป็นสินค้าที่จำเป็นสำหรับผู้หญิง และมีช่องทางการตลาดในการเติบโตและขยายตลาดได้อีกมาก โดยแบรนด์ Magique , Gravitas , Noble White , Revive และ LifeStar ต่างมีศักยภาพ โดยในปีนี้จะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ขยายช่องทางการจำหน่ายสู่โมเดิร์นเทรดและร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ความงามให้ครอบคลุมมากที่สุด รวมทั้งเริ่มโฆษณาผ่านทางสื่อต่างๆ ทั้งทีวี วิทยุ บิลบอร์ด ฯลฯ และการใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ บล็อกเกอร์ในการเจาะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

ส่วนกลุ่มธุรกิจเพลง ซึ่งนายสุรชัย ย้ำว่า จะกลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดด และแข็งแรงมากที่สุดในรอบ 5 ปีหลังจากที่เริ่มโมเดลธุรกิจใหม่ในปลายปีที่ผ่านมา และโมเดลนี้จะถูกนำมาใช้เต็มพิกัดในปีนี้

โดยโมเดล "มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง" ใหม่นี้ จะมุ่งไปที่การเปิดโอกาสให้ศิลปินเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินธุรกิจเองทั้งหมด ทั้งการลงทุนผลิต การวางแผนผลงานเพลง การดูแลรักษาคุณภาพ มาตรฐานชิ้นงานและการพัฒนาเพื่อสร้างความแตกต่าง ซึ่งจะทำให้บริษัทบริหารจัดการต้นทุนได้

ทั้งนี้ธุรกิจเพลงเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการเข้ามาของดิจิตอลมากที่สุด โดยพบว่าตลอด 10 ปีที่ผ่านมาธุรกิจเพลงล้มหายตายจากไปจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยแต่เป็นทั่วโลก โดยอาร์เอสพยายามปรับตัวตลอดเวลา เพื่อพยุงให้ธุรกิจมีกำไร และล่าสุดได้โมเดลใหม่เมื่อปลายปี 2559 ซึ่งจะถูกนำมาใช้ในปีนี้ เชื่อว่าจะเป็นรูปแบบที่สร้างให้ธุรกิจเดินหน้าได้เต็มที่ และเติบโตได้อย่างยั่งยืน

"โมเดลนี้ศิลปิน ดารา และบริษัทแฮปปี้มาก เป็นระบบที่ทุกฝ่าย win - win ศิลปินสามารถกำหนดแผนงานตัวเอง กำหนดชีวิตตัวเอง รู้ว่าลงทุนเท่าไร ทำเท่าไรคุ้มทุน และเมื่อไรมีกำไร แทนที่เขาจะมาเป็นตุ๊กตาให้ค่ายกำหนดให้ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้"

โดยโมเดลใหม่นี้จะถูกพิสูจน์ด้วยผลงานของศิลปิน ซึ่งจะทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ไตรมาสแรก ที่จะมีซิงเกิลใหม่ออกมากถึง 30 ซิงเกิลจาก 30 ศิลปิน เฉลี่ยเดือนละ 10 ศิลปินมากที่สุดในรอบหลายปี จากเดิมที่มีเฉลี่ยเดือนละ 3-4 ศิลปิน

วันนี้ทุกธุรกิจถูกเมิร์ซรวมกัน โดยธุรกิจเฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ สามารถใช้สื่อผ่านช่องทางต่างๆทั้งโทรทัศน์ วิทยุ ใช้ศิลปินเป็นพรีเซนเตอร์ช่วยโปรโมท ศิลปินเองสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มเฮลธ์ แอนด์ บิวตี้ ซึ่งจะช่วยให้ทุกกลุ่มมีความแข็งแรง

นายสุรชัย กล่าวอีกว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้รวม 3,500 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากกลุ่มธุรกิจสื่อ 75% โดยเป็นรายได้จากช่อง 8 จำนวน 1,900 ล้านบาท, ธุรกิจสุขภาพและความงาม 15% ธุรกิจเพลง 5% และธุรกิจอื่นๆ เช่น ช็อปปิ้งออนไลน์ ผ่าน www.shop1781.com เป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,231 วันที่ 5 - 8 กุมภาพันธ์ 2560