‘จักรมณฑ์’ดันลงทุน1ล้านล.ปลื้มผลงาน6เดือนให้คะแนนข้าราชการ9เต็ม10

23 April 2015






จักรมณฑ์ดันลงทุน1ล้านล.ปลื้มผลงาน6เดือนให้คะแนนข้าราชการ9เต็ม10


จักรมณฑ์เข็นการลงทุนผ่านกระทรวงอุตสาหกรรมทั้งปีกว่า 1 ล้านล้านบาท ชี้ภาวะเศรษฐกิจเริ่มฟื้น นักลงทุนมั่นใจขั้นตอนอนุมัติใบ
รง.4 ฉลุย ปลื้มผลงาน 6 เดือน มีเม็ดเงินลงทุนตั้งโรงงานใหม่และขยายกิจการ 2.289 แสนล้านบาท จี้แก้นำกากอุตสาหกรรมเข้าระบบ 1.2 ล้านตันภายในก..นี้ พร้อมเร่งจัดตั้งศูนย์ทดสอบยางล้อฯ แห่งแรกในอาเซียน หวังกระตุ้นการใช้ยางพารา


นายจักรมณฑ์ผาสุกวนิชรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปิดเผยว่าจากภาวะเศรษฐกิจที่ส่งสัญญาณเริ่มฟื้นตัวประกอบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อการขอใบอนุญาตต่างๆที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการลดขั้นตอนลงมาทำให้มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นนั้น  คาดว่าจะส่งผลให้เกิดการลงทุนที่ผ่านหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมที่ดูแลอยู่ของปีนี้มีมูลค่าไม่ตํ่ากว่า 1 ล้านล้านบาท โดยจะมาจากการขอตั้งประกอบกิจการใหม่และขยายกิจการไม่ตํ่ากว่า 6 แสนล้านบาท และจะมาจากการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ที่ดูแลโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.)ไม่ตํ่ากว่า 4 แสนล้านบาท โดยยังไม่รวมมูลค่าการลงทุนที่เกิดจากการให้ประทานบัตรในการทำเหมืองแร่ที่อยู่ระหว่างการอนุมัติอีกเป็นจำนวนมาก


ทั้งนี้นับจากที่ตัวเองได้เข้ามาบริหารงานกระทรวงอุตสาหกรรมตั้งแต่เดือนกันยายน 2557 จนถึงเดือนมีนาคม 2558 หรือเป็นระยะเวลาประมาณ 6 เดือน มีความพอใจกับผลงานที่ดำเนินการมา โดยเฉพาะการได้รับความร่วมมือจากบรรดาข้าราชการในสังกัดกระทรวง ที่ได้ทำงานสอดรับกับนโยบายที่ให้ไป หากประเมินการทำงานของข้าราชการก็คงต้องให้อยู่ในระดับ 9 คะแนนจากเต็ม 10 คะแนน


โดยจะเห็นได้จากการปรับปรุงลดขั้นตอนและระยะเวลาการพิจารณาอนุญาตเช่นการขอใบอนุญาตการประกอบกิจการและขยายกิจการ(รง.4) จากเดิมที่ใช้เวลา 90 วัน ลดลงเหลือ 30 วัน ( 12 ..57- 12 มี.. 58) มีใบอนุญาตที่อนุมัติไปจำนวน 2,528 ราย เกิดการลงทุน 2.289 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 9.29 หมื่นราย และจากการสำรวจข้อมูลล่าสุดพบว่ามีผู้ประกอบการได้แจ้งเริ่มประกอบการและขยายกิจการแล้ว 1,840 ราย คิดเป็นเงินลงทุน 1.861 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 6.93 หมื่นคน


ส่วนการดำเนินงานของกนอ.ที่ผ่านมาได้ดำเนินการพิจารณาอนุญาตตั้งโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว โดยเป็นการแจ้งประกอบกิจการใหม่ 215 คำขอ เงินลงทุน 2.199 แสนล้านบาท เกิดการจ้างงาน 3.22 หมื่นคน แจ้งขยายโรงงาน 65 คำขอ เงินลงทุน 7.86 หมื่นล้านบาท เกิดการจ้างงาน 3.923 พันราย


ขณะที่การขออนุญาตประทานบัตรและอาชญาบัตรสำหรับผู้ประกอบการเหมืองแร่ที่ลดขั้นตอนการพิจารณาจาก 97 วัน ลดลงมาเหลือ 45 วัน มีการออกใบอนุญาตประทานบัตรและต่ออายุประทานบัตร อาชญาบัตร อาชญาบัตรพิเศษ และโอนประทานบัตรแล้วจำนวน 188 แปลง คิดเป็นมูลค่าแร่ 2.385 แสนล้านบาท ก่อให้เกิดการลงทุน 4.364 หมื่นล้านบาท และเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง 4.67 แสนล้านบาท โดยล่าสุดได้มีการอนุญาตประทานบัตรการทำเหมืองแร่โปแตชให้กับบริษัท โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ไปแล้ว ซึ่งจะก่อให้เกิดการลงทุนในระยะอันใกล้นี้ประมาณ 4 หมื่นบ้านบาท มีมูลค่าแร่สูงถึง 2.12 แสนล้านบาท คิดเป็นการประหยัดการนำเข้าได้ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และภาครัฐได้ประโยชน์ตอบแทน 3.7 พันล้านบาทต่อปี และยังได้ออกใบประทานบัตรการทำเหมืองแร่ควอตซ์ ให้แก่ บริษัท กรีนไมนิ่ง อินดัสตรี้ จำกัด จำนวน 1 แปลง เกิดการลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อให้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์


นอกจากนี้ยังลดขั้นตอนการพิจารณาออกใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(มอก.) จากเดิม 46 วันเหลือเพียง 26 วัน ทำให้มีการออกใบอนุญาตไปแล้ว 2,873 ฉบับ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และยังได้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรี ที่ไม่อนุญาตให้มีการตั้งโรงงานนํ้าตาลเพิ่ม ซึ่งจะช่วยให้การตั้งโรงงานหรือขยายโรงงานนํ้าตาลมีความคล่องตัวมากขึ้น และเกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวได้


นายจักรมณฑ์กล่าวอีกว่าสำหรับการแก้ปัญหากากอุตสาหกรรมนั้นได้นำกากอันตรายเข้าสู่ระบบ 4.47 แสนตัน พร้อมได้จัดวางยุทธศาสตร์การจัดการกากอุตสาหกรรมในระยะ 5 ปี(2558-2562) โดยกำหนดให้โรงงานจำพวกที่ 3 ประมาณ 6.8 หมื่นราย เข้าสู่ระบบไม่น้อยกว่า 90% และเพิ่มบทลงโทษผู้ลักลอบทิ้งกาก จากเดิมปรับไม่เกิน 2 แสนบาท อายุความ 1 ปี ไม่มีโทษจำคุก เพิ่มโทษเป็นจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท และมีอายุความ 10 ปีโดยตั้งเป้าว่า จะเพิ่มปริมาณกากอุตสาหกรรมเข้าระบบให้ได้ 1.2 ล้านตัน ภายในเดือนกันยายน 2558 นี้


ส่วนการดำเนินงานหลังจากนี้จะเร่งจัดตั้งศูนย์ทดสอบยางล้อและสนามทดสอบณอำเภอสนามชัยเขตจังหวัดฉะเชิงเทราแห่งแรกในอาเซียนบนพื้นที่ 900 ไร่ ระยะแรกจะใช้งบประมาณ 2.85 พันล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5 แสนตันต่อปี รวมทั้งการผลักดัน
การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน  5 แห่ง ที่ต้องใช้งบลงทุนไม่ตํ่ากว่า 7 พันล้านบาท  และการปรับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมรองรับมาตรฐานอาเซียน เป็นต้น



จักรมณฑ์ ผาสุกวนิช กระทรวงอุตสาหกรรม กากอุตสาหกรรม