ธุรกิจผู้ดีก้าวสู่ปีใหม่อย่างเชื่อมั่น กังวลปัจจัยเสี่ยงจากต้นทุนสูงขึ้น

11 January 2017



Advertisement

ภาคธุรกิจอังกฤษปิดท้ายปลายปี 2559 ด้วยสถานการณ์ที่สดใส อย่างไรก็ดี ผู้บริหารบางส่วนแสดงความกังวลว่าราคาสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้นเงินปอนด์อ่อนค่าจะกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้

หอการค้าอังกฤษ (บีซีซี) สำรวจความเห็นของธุรกิจกว่า 7,200 รายในสหราชอาณาจักร พบว่าความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2559 ฟื้นกลับคืนมาหลังจากลดลงไปในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า โดยบีซีซีพบว่าเศรษฐกิจในช่วงปลายปีมีความแข็งแกร่ง ส่วนหนึ่งจากอานิสงส์ของการอ่อนค่าของเงินปอนด์ซึ่งทำให้สินค้าส่งออกของอังกฤษถูกลง

บีซีซีกล่าวว่า บริษัทส่วนใหญ่ในภาคการผลิตและบริการมีความเชื่อมั่นว่าผลประกอบการในปี 2560 จะดีขึ้น โอกาสการสร้างงานจะมีเพิ่มมากขึ้น และการลงทุนในโรงงานและเครื่องจักรจะเพิ่มสูงขึ้น

นายอดัม มาร์แชล เลขาธิการของบีซีซี กล่าวว่า ภาคธุรกิจปรับตัวรับมือกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่ผ่านเข้ามา อย่างไรก็ดี นายมาร์แชลเตือนว่า ราคาสินค้านำเข้าที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากเริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนการทำธุรกิจของบริษัทต่างๆ และจะนำมาซึ่งราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้

"โดยรวมผลสำรวจของเราชี้ว่าการเติบโตจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องในปี 2560 แม้ว่าจะอยู่ในระดับที่ต่ำลง" นายมาร์แชลกล่าว พร้อมกับเสริมว่า "เงินเฟ้อปรากฏขึ้นมาในผลสำรวจของเราว่าเป็นความกังวลที่มีเพิ่มขึ้นมาสำหรับธุรกิจหลายราย ทั้งบริษัทในภาคการผลิตและบริการกล่าวว่า พวกเขาเผชิญกับแรงกดดัน โดยเฉพาะจากต้นทุนที่สูงขึ้นซึ่งกดดันอัตรากำไรและอาจจะทำให้แนวโน้มการลงทุนในอนาคตอ่อนแอลง"

ผลสำรวจพบว่า มีสัดส่วนของบริษัทในภาคการผลิตที่คาดหมายว่าจะผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปสู่ผู้บริโภคในช่วง 3 เดือนจากนี้สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการสำรวจในปี 2532 ขณะที่สัดส่วนของบริษัทภาคบริการที่คาดว่าจะปรับขึ้นราคามีมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554

"ราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้นจะเป็นความท้าทายสำคัญต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของอังกฤษในช่วงหนึ่งปีจากนี้ การเติบโตในระยะสั้นคาดหมายว่าจะอยู่ในระดับต่ำ โดยมีปัจจัยลบจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนจากเบร็กซิท" นายซูเรนธีรู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของบีซีซี กล่าว

ขณะเดียวกัน ผลการสำรวจธุรกิจด้านการก่อสร้างจากมาร์คิต/ซีไอพีเอส แสดงให้เห็นว่าการเติบโตอยู่ในระดับที่สูงขึ้น แต่ยังคงเผชิญกับความเปราะบางจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างอังกฤษและสหภาพยุโรป (อียู) ในอนาคต และการอ่อนค่าของเงินปอนด์ส่งผลต่อต้นทุนการก่อสร้าง โดยดันราคาวัตถุดิบขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง

นายทิม มัวร์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากไอเอชเอสมาร์คิต ผู้เขียนรายงานผลสำรวจดังกล่าว กล่าวว่ากิจกรรมการก่อสร้างหลักทั้ง 3 ด้าน คือการสร้างบ้าน โครงการก่อสร้าง และโครงสร้างด้านวิศวกรรมโยธา เริ่มฟื้นตัวจากช่วงฤดูร้อนที่อ่อนแอ แต่อัตราการเติบโตยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2557

ทั้งนี้ เศรษฐกิจอังกฤษมีแนวโน้มขยายตัวได้เกินกว่า 2% ในปี 2559 ซึ่งจะทำให้อังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศพัฒนาแล้วขนาดใหญ่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์เตือนว่าเศรษฐกิจในปี 2560 จะชะลอตัวลงจากปัจจัยเสี่ยงเงินเฟ้อสูง ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการเริ่มต้นกระบวนการถอนตัวจากอียู ซึ่งอาจเป็นเหตุให้ภาคธุรกิจลดการลงทุนเนื่องจากความไม่แน่นอน

"มีความเป็นไปได้ที่การเติบโตในปี 2560 จะชะลอตัวลง เราคาดการณ์ว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะอ่อนแอลงจากประมาณ 2% ในปี 2559 เหลือประมาณ 1.5% ในปี 2560" นายสก็อตต์โบว์แมน นักเศรษฐศาสตร์จากแคปิตอล อีโคโนมิคส์ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,225 วันที่ 8 - 11 มกราคม พ.ศ.2560