เกาะติดประกาศิต ‘บิ๊กตู่’ บี้ทวงค่าเสียหายคืนรัฐ

28 September 2015






นับแต่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับในที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งรัดติดตามสะสางผลสืบเนื่อง โครงการที่รัฐได้รับความเสียหายที่ศาลพิพากษาแล้ว โดยมีทั้งโครงการที่ถูกระบุถึง ได้แก่ รับจำนำข้าว แก้สัญญาสัมปทานดอนเมืองโทลเวย์ คลองด่าน ไอทีวี รวมถึงการเรียกชดใช้กรณีแก้สัญญาสัมปทานให้เอไอเอส ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที นำเข้ามารายงาน ครม. ในการประชุมครั้งนี้ด้วย

"ฐานเศรษฐกิจ" รวบรวมความคืบหน้า การติดตามทวงความเสียหาย ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับแต่ละโครงการ ดังนี้ 

1 เดือนเคาะมูลค่าเสียหายจำนำข้าว

การเรียกชดใช้ความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว โดยคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและกำหนดค่าความเสียหายของสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ สำหรับกรณีโครงการรับจำนำข้าวของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และคณะกรรมการว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งคดีทุจริตรับจำนำข้าว ของกระทรวงพาณิชย์ สอบกรณีของนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ กับพวก ได้สรุปรายงานเสนอนายวิษณุ เครืองาม แล้วมีกระแสว่าจะเรียกให้ชดใช้รวม 5.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกรณีความเสียหายโครงการรับจำนำข้าว จากอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ 5 แสนล้านบาท และจากนายบุญทรงกับพวกอีก 1 หมื่นล้านบาท

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระบุใช้เวลาอีก 1 เดือน เพื่อสรุปตัวเลขผลขาดทุน สอดคล้องกับที่นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อปิดบัญชีรับจำนำข้าวรอบในวันที่ 30 กันยายน 2558 ในวันที่ 30 ตุลาคมที่จะถึงนี้ เนื่องจากองค์การตลาดเพื่อเกษตรกรรม (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) ขอเวลาสรุปตัวเลขล่าสุดก่อน โดยผลขาดทุนรับจำนำข้าวรอบก่อนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์อยู่ที่ 5.36 แสนล้านบาท คาดรอบหน้าจะสูงขึ้น

สู้คดีต่อมติแก้สัญญาดอนเมืองโทลเวย์

ที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอกระทรวงคมนาคม ให้อุทธรณ์คำวินิจฉัยศาลปกครองกลาง ที่พิพากษาให้เพิกถอนมติ ครม. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2549 และวันที่ 10 เมษายน 2550 เรื่อง การแก้ไขสัญญาสัมปทานดอนเมืองโทลเวย์

โดยที่ในรัฐบาลก่อนๆ บอกให้เอกชนลดค่าผ่านทางลงเพื่อหวังคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง เมื่อได้กลับมาเป็นรัฐบาล ก็ออกมติ ครม. ให้เก็บค่าผ่านทางสูงขึ้น เพื่อชดเชยให้เอกชน ทำให้ภาคประชาสังคมไปฟ้องคดี ซึ่งศาลปกครองกลางตัดสินว่า ครม. ตอนนั้นมีมติไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไปทำในลักษณะหวังผลอย่างอื่น โดยเรื่องนี้สำนักงานอัยการสูงสุดทำหนังสือแจ้งให้รับตามนี้โดยไม่ต้องอุทธรณ์ แต่กระทรวงคมนาคมแย้งว่าเป็นแบบนั้นไม่ได้ เพราะจะเป็นบรรทัดฐานให้เกิดการรวนไปทั้งระบบ จึงต้องอุทธรณ์สู้คดี"

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้เร่งอุทธรณ์คดีไปยังศาลปกครองสูงสุดแล้ว เพื่อให้ทันกรอบเวลาภายในวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา

รัฐ-เอกชนแลกหมัดเรียกชดเชยคลองด่าน

ส่วนโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ความเคลื่อนไหวล่าสุดคือกรณีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ จ่อเสนอครม. ขอตัดลดงบแต่ละหน่วยงานมาลงขันตั้งวงเงินชำระพร้อมดอกเบี้ย รวมเป็นประมาณ 1 หมื่นล้านบาท คืนแก่กิจการร่วมค้าเอ็นวีพีเอสเคจี ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2557 โดยกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เจรจาเอกชน ที่ผ่อนปรนไม่คิดดอกเบี้ย แต่ต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 2559

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุด รัฐบาลเสนอให้โอนเม็ดเงินที่ กมธ. วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯตัดทอนลงมา ไปรวมไว้ในยอดเงินงบกลาง ที่นายกฯสามารถสั่งจ่ายได้ในกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน อยู่ที่ว่ากระทรวงทรัพย์จะเสนอครม.ขอใช้งบกลางไปชำระเมื่อไหร่

นอกจากกรณีนี้แล้ว กรณีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ยังมีคดีเกี่ยวเนื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 3 คดี คือ 1.คดีที่กรมควบคุมมลพิษ(คพ.) ฟ้องอาญากิจการร่วมค้ารวม 19 ราย อยู่ในขั้นตอนของศาล 2.ความผิดทางละเมิดให้แจ้งให้ 15 รายชดใช้เงินรวม 2.1 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ 8 รายฟ้องศาลปกครอง มี 3 รายศาลฯไม่รับฟ้อง และที่เหลืออีก 4 รายยังนิ่งเฉย และ 3.ฟ้องแพ่งต่อเนื่องจากคดีอาญา 3 นักการเมืองและข้าราชการประจำ

มหากาพย์ทวงคืนแสนล.ไอทีวี

การติดตามทวงคืนความเสียหายและค่าปรับไอทีวี เป็นอีกกรณีที่ยืดเยื้อและวกวน นับแต่ที่เครือชินคอร์ป ครั้งยังเป็นของตระกูลชินวัตร ได้เข้าไปซื้อหุ้นไอทีวีในส่วนของบมจ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เมื่อปี 2543 เกิดแรงต่อต้านของฝ่ายข่าวบางส่วน จนกลายเป็นกรณีกบฏไอทีวี

จากนั้นกลุ่มผู้บริหารใหม่เปลี่ยนผังรายการ ปรับลดสัดส่วนข่าวเพิ่มวาไรตี โดยร้องตั้งอนุญาตโตฯ ขึ้นมาจนมีมติแก้ไขสัญญาลดสัดส่วนข่าวจากไม่ต่ำกว่า 70% เป็นไม่ต่ำกว่า 50% และลดค่าสัมปทานจากปีละ 1 พันล้านบาทเหลือ 230 ล้านบาท

ต่อมาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ จึงยื่นฟ้องศาลปกครอง ต่อสู้จนถึงศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาปลายปี 2549 สมัยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าคำสั่งอนุญาโตฯไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากไม่ผ่านมติ ครม. และดำเนินการไม่สุจริต และปีถัดมา สปน. มีคำสั่งให้ไอทีวีชำระค่าปรับรวมกว่า 1 แสนล้านบาท

ครบกำหนดยังไม่ชำระ สปน.จึงยึดไอทีวีคืน โดยให้ออกอากาศต่อในนามทีไอทีวี ตามที่พนักงานร้องศาลปกครองขอคุ้มครองชั่วคราว และต่อมาโอนคลื่นให้ไทยพีบีเอสที่จัดตั้งขึ้นใหม่ไปใช้

อีกทาง สปน. ให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้องไอทีวีฐานผิดสัญญาเรียกค่าเสียหายรวม 1.01 แสนล้านบาทไอทีวีต่อสู้ร้องศาลปกครองให้ตั้งอนุญาโตฯ และศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลปกครองกลาง ให้ตั้งอนุญาโตฯชี้ขาดปัญหาข้อพิพาทเรื่องค่าปรับ

และจนบัดนี้เรื่องยังอยู่ในขั้นตอน"อนุญาโตตุลาการ" อีกรอบ

เรียก 7.7 หมื่นล. ชดใช้แก้สัญญาสัมปทานเอไอเอส

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ได้วินิจฉัยกรณีการแก้ไขสัญญาสัมปทานครั้งที่ 6-7 ระหว่าง บมจ.ทีโอที ผู้ให้สัมปทาน กับ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส (เอไอเอส) ว่าเป็นการดำเนินการมิชอบ และปลายปี 2557 ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดอดีตผู้บริหาร บมจ.ทีโอที ในกรณีดังกล่าว ซึ่งทำให้ทีโอทีเสียประโยชน์7.7 หมื่นล้านบาท

ในการประชุม ครม. วันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา นายอุตตมะ สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) ได้แจ้ง ครม.ว่า สัญญาสัมปทานคลื่นของเอไอเอสจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งที่ประชุมรับทราบ และกำชับให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบเร่งรัดติดตามดำเนินการตามคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ และการชี้ของ ป.ป.ช.

โดยท้ายสัปดาห์เดียวกันคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ได้ประชุมพิจารณาแนวทางการเร่งรัดเรียกร้องผลประโยชน์ที่เสียไปคืนจากเอไอเอสอย่างคร่ำเคร่ง และล่าสุดนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีไอซีที ระบุว่า บมจ.ทีโอที.ได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้ว

ขณะที่ฝ่ายเอกชนคือ บมจ.เอไอเอส ยืนยันว่า การแก้ไขสัญญาใด ๆ เป็นการดำเนินการของฝ่ายรัฐบาล โดยทางเอกชนคู่สัญญาได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว จึงต้องติดตามดูความคืบหน้าการดำเนินการของบมจ.ทีโอที ว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3091 วันที่ 27-30 กันยายน พ.ศ. 2558


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เอไอเอส จำนำข้าว นายวิษณุ เครืองาม คลองด่าน ไอทีวี นายอุตตมะ สาวนายน