‘สมคิด’ดึงทุนจีนประเดิมอีอีซี สศอ.มั่นใจเศรษฐกิจปีหน้าฟื้น-ลงทุนคึกคักดันจีดีพีอุตฯโต 1-2%

7 December 2016






“สมคิด” นำทัพบุกจีน 7-12 ธ.ค.นี้ หวังได้ข้อสรุปดึงนักลงทุนประเดิมลงอีอีซี หลัง “หัวเว่ย” แสดงความสนใจตั้งฐานผลิตในไทย พ่วงด้วยความร่วมมือพัฒนารถไฟฟ้าความเร็วสูง สศอ.เผยทัพนักลงทุนต่างชาติ ทยอยแห่เจรจาลงทุนแล้ว เชื่อปีหน้าคึกคักมีอีอีซีเป็นแม่เหล็ก ยันภาวะเศรษฐกิจฟื้นชัดเจน ภาคการผลิตได้อานิสงส์ดันจีดีพีภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 1-2%

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ระหว่างวันที่ 7-12 ธันวาคมนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ จะเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพบนักลงทุนในเมืองเสินเจิ้นหังโจว และปักกิ่ง ถือเป็นการติดตามงานและสรุปในรายละเอียดเบื้องต้น ของนักลงทุนได้สนใจจะเข้ามาลงทุนในไทย หลังจากเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมานายสมคิด ได้นำคณะไปโรดโชว์ครั้งหนึ่งแล้ว

ทั้งนี้ นักลงทุนส่วนใหญ่ที่จะไปพบ จะเป็นนักลงทุนใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่นอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคม อย่างบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ที่ได้แสดงความสนใจจะเข้ามาตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์โทรศัพท์ บริษัท BeiDouบริษัท Hyteraผู้ผลิต Wireless Mobile Radio และบริษัท BIOTEC บริษัท เป่ยโต่วฯ ผู้ผลิตดาวเทียม บริษัท CFLD ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น รวมทั้งการหารือความร่วมมือกับทางรัฐบาลจีน ทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน อย่างรถไฟรางคู่ และรถไฟความเร็วสูง ที่จะดึงมาลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซี และการลงนามบันทึกข้อตกลง(เอ็มโอยู) ร่วมมือกับบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป จำกัด เข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีของไทยด้วย

ขณะเดียวกันระหว่างที่รอพ.ร.บ.จัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของชั้นกรรมาธิการ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในช่วงต้นปี 2560 เพื่อมารองรับการพัฒนาอีอีซีนั้น ทำให้นักลงทุนแสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่จากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ที่จะเข้ามาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ล้อยาง อิเล็กทรอนิกส์ เกษตรแปรรูป เป็นต้น ซึ่งแต่ละรายมีการลงทุนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ต่างทยอยมาหารือในรายละเอียด เพื่อจะมาลงทุนในพื้นที่อีอีซีแล้ว

นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะเลือกประเทศใดในภูมิภาคนี้ลงทุน ซึ่งมองว่าเมื่ออีอีซีมีความชัดเจนมากขึ้น จะทำให้นักลงทุนเหล่านี้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ด้วยการให้สิทธิประโยชน์สูงสุด สิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาตรการจูงใจในการสนับสนุนเงินทุน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนเหนือคู่แข่งอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย

ดังนั้นจากการไปโรดโชว์ดึงนักลงทุนจีน และนักลงทุนจากประเทศต่างๆ ที่สนใจจะมาลงทุนนี้ จะทำให้ทิศทางการลงทุนของประเทศในปี 2560 น่าจะคึกคักขึ้นมาได้ โดยมีแม่เหล็กอีอีซี เป็นตัวดึงดูดที่สำคัญที่ และจะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ดีในปีหน้า ต่อเนื่องจากปี 2559 ที่ได้รับความสนใจของนักลงทุนเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากยอดยื่นคำขอรับส่งเสริมการลงทุน ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ ในช่วง 10 เดือน ที่ผ่านมา มีจำนวน 1,205 โครงการ เงินลงทุน 4.08 แสนล้านบาท

นายวีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นจากปัจจัยของการลงทุนดังกล่าว บวกกับการลงทุนของภาครัฐที่มีแนวโน้มขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม และการดำเนินงานภายใต้แผนงานพัฒนาอีอีซี รวมถึงภาวะเศรษฐกิจและการค้าโลกที่ทยอยฟื้นตัวอย่างช้าๆ จะส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปี 2560 ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพราะมีสัญญาณที่ดีตั้งแต่ไตรมาสที่ 3 ของปีนี้เป็นต้นมา และจะส่งผลต่อภาคการผลิตของอุตสาหกรรมปรับตัวดีขึ้นมาก โดยสศอ.ได้ประเมินตัวเลขดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในปี 2560 จะขยายตัวอยู่ที่ 0.5-1.5% จากปี 2559 ประมาณ 0.5% และจีดีพีของภาคอุตสาหกรรมจะขยายตัว 1-2% จากปี 2559 ประมาณ 0.9-1%

อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ที่จะมาจากทิศทางและนโยบายของนายโดนัลด์ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ว่าจะดำเนินตามที่มีการหาเสียงไว้หรือไม่ รวมถึงการดำเนินการของสหราชอาณาจักรเพื่อขอแยกตัวจากสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีผลในช่วงเดือนมีนาคม 2560 อีกทั้งการคาดการณ์และผลการเลือกตั้งในฝรั่งเศสในวันที่ 23 เมษายน 2560 และคาดการณ์การเลือกตั้งในเยอรมนีในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2560 ที่จะต้องจับตาในนโยบายต่าง ว่าจะมีผลต่อการเปิดเสรีทางการค้าหรือใช้มาตรการกีดกันทางการค้ามากขึ้นด้วย เนื่องจากยุโรป ถือเป็นตลาดใหญ่ของไทยมีการส่งออกในสัดส่วนสูงถึง 10-11%

รวมถึงแนวโน้มการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน จากเดิมที่พึ่งพาการนำเข้า จะปรับเปลี่ยนไปเป็นการเพิ่มการบริโภคจากในประเทศแทน หรือลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการส่งออกของไทยได้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,215 วันที่ 4 - 7 ธันวาคม 2559


นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เศรษฐกิจปีหน้า