‘บูธแลกเงิน’หยุดซื้อขาย‘รูปี’ทุกราคา

14 November 2016






บูธแลกเงินหยุดซื้อขายเงินรูปีทุกราคา หลังรัฐบาลอินเดียประกาศเลิกใช้ธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี “ซุปเปอร์ริช สีส้ม”เจรจาแบงก์กรุงไทยช่วยรับแลก เชื่อกระทบไม่มากเหตุถือสต็อคหมุนเวียนวันละ 1 แสนบาท

นางชนาพร พูนทรัพย์หิรัญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัททเวลฟ์ วิคทอรี่ เอ็กเชน จำกัด อดีตนายกสมาคมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (TAFEX) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ภายหลังจากทางการอินเดียประกาศยกเลิกการใช้ธนบัตร 500 และ 1,000 รูปี ว่า แม้ธนบัตรดังกล่าวสามารถนำฝากเข้าธนาคารได้จนถึงสิ้นปี แต่ขณะนี้เกิดปัญหากับนักท่องเที่ยว ประชาชนและผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือ MC (Money Changer: MC) เพราะสกุลเงินรูปที่มีอยู่ในมือหรือสต็อคไม่สามารถนำออกมาใช้จ่ายได้ ประกอบกับที่ผ่านมาต้นทางผู้รับซื้อสกุลเงินรูปีคือ ธนาคารในฮ่องกงและสิงคโปร์แจ้งให้หยุดรับแลกเงินรูปีทุกราคาแล้ว

“ที่ผ่านมาเราได้รับแจ้งจากผู้รับซื้อรูปีในฮ่องกงและสิงคโปร์ว่าให้หยุดรับซื้อหรือแลกสกุลเงินทุกอัตรา แม้ตามประกาศอินเดียจะยกเลิกเฉพาะธนบัตร 500,1,000บาทก็ตาม แต่นักท่องเที่ยวที่ถือรูปีมีปัญหาใช้ไม่ได้”นางชนาพร กล่าว

นางชนาพร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานกับธนาคารในฮ่องกงและสิงคโปร์ เพื่อช่วยประสานกับธนาคารจีนที่ติดต่อกับธนาคารในอินเดีย เพื่อติดต่อแลกเงินรูปีกลับ ทั้งนี้ ทางบริษัทสมาชิกของTAFEX จะช่วยกันออกค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

นายปิยะ ตันติเวชยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด กล่าวว่า ภายหลังที่มีประกาศบริษัทได้หยุดรับซื้อและขายให้ลูกค้าทันที และมีการหารือร่วมกันแล้ว คาดว่ากระทบไม่มาก เนื่องจากการสต็อคเงินสกุลรูปีมีน้อยเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น บริษัทจะสต็อคเงินรูปีไม่มากเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนรูปี หรือคิดเป็นประมาณ 1 แสนบาทต่อวันเท่านั้น

ขณะที่ในส่วนของคนอินเดียที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ส่วนใหญ่จะใช้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เข้ามา อาจจะมีถือเงินอินเดียเข้ามาบ้าง แต่ไม่มีปัญหา อย่างไรก็ดี การยกเลิกการใช้ธนบัตรส่วนใหญ่จะให้เวลาคนที่มีสต็อคในการบริหารหรือรับคืน เช่น ประเทศมาเลเซียที่เคยยกเลิกการใช้ธนบัตรก็จะให้เวลาในการปรับตัว เช่นเดียวกับประเทศอินเดียที่ให้เวลาถึงสิ้นปีนี้

“ตอนนี้เรากำลังติดต่อธนาคารกรุงไทยที่เป็นคู่ค้าเราเรื่องการเปลี่ยนเงินรูปีที่ถืออยู่ แม้เราจะถือในสต็อคไม่มากแต่จะไม่สะดวกกับลูกค้า และเท่าที่ทราบจากคนอินเดียหากไปแลกคืนที่อินเดียจำกัดได้คนละ 5,000 รูปี ซึ่งเรากำลังดูว่าจะให้ธนาคารคู่ค้าแลกให้หรือจะไปแลกเอง”นายปิยะ กล่าว

นายฐานิศร์ ศาสตราวาหะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายปริวรรตเงินตราต่างประเทศ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของธนาคารธนชาตปกติไม่ได้รับซื้อขายเงินสกุลรูปี แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการพบว่าธุรกิจรับแลกเปลี่ยนเงินตราอาจจะได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะร้านที่มีสต็อคเงินรูปีจำนวนมาก อาจจะต้องติดต่อกับสถานฑูตอินเดียเพื่อหาทางขอแลกเงินรูปีในรุ่นอื่นมาใช้หรือทดแทน แต่สำหรับธนาคารไทยที่มีการรับแลกเปลี่ยนเงินรูปี อาจจะต้องติดต่อธนาคารคู่ค้าในต่างประเทศในการส่งสต็อคเงินรูปีไปให้ เพื่อแลกเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาเข้ามาแทน

“การประกาศยกเลิกใช้ธนบัตรบางรุ่นของอินเดียกระทันหัน นอกจากกระทบผู้ประกอบการแล้ว คนอินเดียที่เดินทางไปต่างประเทศจะไม่สามารถใช้เงินรูปีได้ เนื่องจากการยกเลิกดังกล่าวจะทำให้คนไม่มั่นใจในเงินสกุลนี้ อาจทำให้ยกเลิกการซื้อขายเงินรูปีในทุกรุ่นชั่วคราว เพื่อบริหารเงินในสต็อกที่อยู่ในมือก่อน”นายฐานิศร์ กล่าว

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,209 วันที่ 13 - 16 พฤศจิกายน 2559