สรุปมติคณะรัฐมนตรี (27 กันยายน 2559)

27 September 2016






ลดภาษี 3 จังหวัดภาคใต้ หนุนลงทุนเศรษฐกิจ“สามเหลี่ยม มั่นคงฯ”

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติหลักการเพื่อส่งเสริมมาตรการการลงทุนในจังหวัดชายแดนใต้ ภายใต ตามที่กระทรวงการคลัง ประกอบด้วย 1.ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ...เพื่อส่งเสริมการลงทุนในทรัพย์สินของกิจการในท้องที่ สาระสำคัญ เป็นการกำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ในท้องที่ สามารถหักรายจ่ายการลงทุนหรือการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตสินค้าหรือการขายสินค้าหรือการให้บริการในท้องที่ดังกล่าว แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมได้เป็นจำนวน 2 เท่า

2.ร่างกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่...) พ.ศ...เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการรายใหม่ (New Start-up) ในท้องที่ สาระสำคัญ เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในท้องที่เป็นระยะเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี  และ3.ร่างกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่..) พ.ศ.. เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรผู้มีความสามารถสูงนอกท้องที่ไปทำงานในท้องที่และส่งเสริมการลงทุนร่วมกันระหว่างกิจการที่มีศักยภาพนอกท้องที่กับกิจการที่มีศักยภาพในท้องที่ สาระสำคัญ เช่น กำหนดให้บุคคลผู้มีคุณสมบัติตามที่ประกาศกำหนดมีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับเนื่องจากการจ้างแรงงานของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งมีสถานประกอบการกิจการตั้งอยู่ในท้องที่ในอัตราร้อยละ 3 ของเงินได้ โดยไม่ต้องนำไปรวมกับเงินพึงประเมินอื่นๆ ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นต้น

ทุ่มงบ 2.9 พันล้าน ก่อสร้างรถไฟทางคู่ มาบกะเบา-ชุมทางจิระ

ที่ประชุม ครม. อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ในกรอบวงเงิน 29,853.18 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2559-2563) โดยดำเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Action) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2559 หรือที่ประกาศใช้ล่าสุด ทั้งนี้ ให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งสิ้น และให้สำนักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณรายปี หรือกระทรวงการคลัง จัดหาแหล่งเงินกู้และค้ำประกันเงินกู้ภายในประเทศให้ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามแผนการดำเนินงานและแผนการเบิกจ่ายเงินของโครงการ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการโครงการโดยใช้เงินกู้เห็นควรอนุญาตให้ รฟท.กู้เงินได้ตามพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ.2494 มาตรา 39 (4)

เห็นชอบกรอบงบลงทุนรัฐวิสาหกิจปี 60 วงเงินกว่า 1.5 พันล้าน

ที่ประชุม ครม. เห็นชอบกรอบงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 1,520,541  ล้านบาท และวงเงินเบิกจ่ายลงทุน 580,980  ล้านบาท  ประกอบด้วย กรอบลงทุนสำหรับงานตามภารกิจปกติและโครงการต่อเนื่องวงเงิน 1,220,541 ล้านบาท เป็นกรอบการลงทุนสำหรับการเพิ่มระหว่างปี 300,000  ล้านบาท  สำหรับโครงการที่ยังไม่ได้รับการเห็นชอบจาก ครม.และการลงทุนที่ใช้เงินงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2560 เห็นควรให้รัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายลงทุนได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของกรอบวงเงินอนุมัติเบิกจ่ายลงทุน  ซึ่งแนวโน้มดำเนินงานปี 2561-2563 คาดว่าจะมีเบิกจ่ายงบลงทุนรวม 2,160  ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 720,000  ล้านบาท  คาดว่าจะมีผลประกอบการกำไรสุทธิรวม 308,000 ล้านบาท หรือเฉลี่ยปีละ 102,000  ล้านบาท

รับทราบดำเนินการก่อสร้างรถไฟสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะ3

ที่ประชุม ครม. รับทราบกรณีกระทรวงการคลังกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อมาปล่อยกู้ให้ ร.ฟ.ท.ใช้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะที่ 3 วงเงิน 1.66 แสนล้านเยน โดยโครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติหลักการจาก ครม.เมื่อปี 50 วงเงินค่าก่อสร้าง 6.5 หมื่นล้านบาท ต่อมาเมื่อวันที่ 9 ก.พ.59 ครม.ได้อนุมัติให้ขยายวงเงินค่าก่อสร้างเป็น 9.3 หมื่นล้านบาท โดยได้รับการจัดสรรงบประมาณ 105 ล้านบาท ใช้เงินกู้ในประเทศ 1.5 หมื่นล้านบาท และเงินกู้ต่างประเทศ 8.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการกู้เงินจากรัฐบาลญี่ปุ่นมาแล้วสองงวด คือ เมื่อปี 52 และปี 58 วงเงินรวม 1.01 แสนล้านเยน

ปฏิรูปการทำเกษตรพันธะสัญญา

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธะสัญญาที่เป็นธรรม พ.ศ... ซึ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมจากกฤษฎีกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สาระสำคัญ อาทิ กำหนดขอบเขตการใช้บังคับกฎหมายให้ใช้เฉพาะการทำสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา โดยกำหนดบทนิยามคำว่า “ระบบเกษตรพันธสัญญา”  ให้หมายถึงเฉพาะระบบการผลิตผลิตผลหรือบริการทางการเกษตรที่เกิดขึ้นจากสัญญาระหว่างผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรกับบุคคลธรรมดาซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมตั้งแต่สิบรายขึ้นไป  หรือกับองค์กรทางการเกษตรที่มีกฎหมายรองรับ โดยผู้ประกอบธุรกิจทางการเกษตรเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตด้วยเท่านั้น ทั้งยังกำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาขึ้น  โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน  มีอำนาจหน้าที่ในการเสนอแผนการพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาต่อคณะรัฐมนตรี กำหนดแนวทางให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามแผน กำหนดรูปแบบของสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญา  และออกประกาศเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้  เป็นต้น ทั้งยังมีมติให้ขอยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2526 เรื่องนโยบายการเดินรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร และเสนอร่างกฎหมาย จำนวน 4 ฉบับ เพื่อปฏิรูปนโยบายการเดินรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร

ครม.แต่งตั้ง

ที่ประชุม ครม.มีมติแต่งตั้ง นายไพศาล ชื่นจิตร รองอธิบดีกรมศุลกากร ให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร (นักวิชาการศุลกากรทรงคุณวุฒิ) กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

ทั้งยังอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ จำนวน 2 ราย ตั้งแต่วันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ดังนี้  1.นายทีปรัตน์ วัชรางกูร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคกลาง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2559 และ2.นายวิชญายุทธ บุญชิต ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2559 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

และมีมติให้ นางสาวบงกช อนุโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาดเพื่อการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการลงทุน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2559 ทั้งยังแต่งตั้ง นางสาวจิตรา กุลวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการลงทุน (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2559

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป และให้ นางสาวจิตรา กุลวานิช (ลำดับที่ 2) พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เนื่องจากครบเกษียณอายุราชการต่อไป