
Fixzy จากแอพฯหาช่าง สู่แอพฯหาอู่ซ่อมรถ
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน การค้นหาช่างซ่อมแซมบ้าน ล้างแอร์ แม่บ้าน นั้นอาจต้องใช้วิธีการค้นหาผ่านกูเกิล หรือสมุดหน้าเหลือง ซึ่งเป็นเรื่องยากลำบาก และไม่สามารถรู้ได้เลยว่าช่างที่เลือกนั้นเชื่อถือได้หรือไม่ หรือฝีมือเป็นอย่างไร ซึ่งนั่นเป็นจุดที่ทำให้บริษัทด้านซอฟต์แวร์เฮาส์แห่งหนึ่ง ที่รับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ เริ่มมองการสร้างแอพพลิเคชันขึ้นมาแก้ปัญหาการหาช่าง
[caption id="attachment_120800" align="aligncenter" width="500"]
รัชวุฒิ พิชยาพันธ์[/caption]
“รัชวุฒิ พิชยาพันธ์” ซีอีโอ “Fixzy” เริ่มเล่าให้ฟังถึงจุดกำเนิดของแอพพลิเคชันหาช่างมืออาชีพ “Fixzy” สตาร์ตอัพ ที่ได้เงินสนับสนุน ระดับ Pre-Seed ( 5 แสน-1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากกองทุนไอรยา วีซี
โดยโมเดลบริการบนแพลตฟอร์ม “Fixzy” จะช่วยให้การค้นหาช่างง่ายขึ้น โดยเราจะเป็นคนรวบรวมช่าง ตรวจสอบคุณสมบัติช่าง และเป็นตัวกลางการรับงาน โดยขณะนี้มีช่างที่อยู่บนแพลตฟอร์ม สามารถให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2,600 ราย ครอบคลุมบริการตั้งแต่การซ่อมแซม ต่อเติม บ้าน และคอนโดฯ การบำรุงรักษา อาทิ การล้างแอร์ ถึงการจัดหาแม่บ้านทำความสะอาด
โดยขณะนี้มีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิชันไปใช้งานแล้ว 4 หมื่นราย ซึ่งยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามในแง่ของการใช้งาน มีผู้ใช้ที่มีการใช้งานประจำต่อวันมีอยู่ประมาณหลักร้อยราย มีธุรกรรม หรือทรานแซกชันที่เกิดขึ้น 1,000 รายการต่อวัน ในปี 2558 มีมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นประมาณ 2 ล้านบาท เติบโตขึ้นเท่าตัว และคาดว่าในปีนี้จะเติบโตขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 4 ล้านบาท
“รัชวุฒิ” เล่าต่อไปว่าสำหรับโมเดลรายได้ของ Fixzy จะมาจากส่วนแบ่งรายได้จากช่าง โดยจะหักครั้งละ 50-100 บาท อย่างไรก็ตามปัญหาที่เกิดขึ้นจากการให้บริการขณะนี้ คือ ช่างไม่ตรงเวลาตามนัดหมายกับผู้ใช้บริการ ซึ่งแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวนั้นเรากำลังคัดเลือกช่างเกรดเอ ประมาณ 100 ราย ที่มีประวัติการให้บริการดี และ ตรงต่อเวลา เพื่อให้ผู้ใช้เลือกใช้บริการ และอาจนำวิธีการเรียกค่าปรับจากช่างที่ไม่ตรงเวลา
นอกจากนี้ในปีหน้ายังมีแผนขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ อาทิ สุพรรณบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรี โดยคาดว่าปี 2560 จะมีช่างให้บริการบนแพลตฟอร์ม Fixzy ราว 5,000 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% และต่างจังหวัด 50% พร้อมกันนั้นยังมีแผนเปิดให้บริการใหม่ “บริการช่างซ่อมรถ“ ที่ครอบคลุมบริการตั้งแต่การซ่อมบำรุง อาทิ ถ่ายน้ำมันเครื่อง ถึงบริการช่างฉุกเฉิน และบริการรถยก ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจะอยู่ภายใต้บริการ Fixzy หรือ จะอยู่ภายใต้แอพพลิเคชันใหม่นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่าจะสามารถเปิดบริการดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ราวเดือนมกราคม ปี 2560 โดยขณะนี้ตัวแพลตฟอร์มมีความพร้อมแล้ว ส่วนอู่ซ่อม ได้มีการคัดเลือกเข้ามาในแพลตฟอร์มแล้ว 200 แห่ง
“รัชวุฒิ” ระบุว่าในปี 2560 ธุรกิจของ Fixzy จะถึงจุดคุ้มทุน แม้ว่าขณะนี้จะเริ่มมีคู่แข่งที่มีรูปแบบการให้บริการคล้ายกันเข้ามาสู่ธุรกิจ แต่ยังเชื่อมั่นว่า Fixzy ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการหาช่างมืออาชีพจริงๆ ทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มที่มีช่างมากสุด และมีการตรวจสอบคัดเลือกช่างคุณภาพมากสุด โดยในปี 2560 คาดว่าจะมีการระดมทุนระดับพรี ซีรีส์ เอ ( 1-2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ) เพื่อขยายบริการออกไปครอบคลุมทั่วประเทศ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังมองว่ารูปแบบธุรกิจของ Fixzy ยังไม่ชัดเจน โดยเรากำลังมองว่ารูปแบบธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนให้กับบริษัทมากกว่า
“รัชวุฒิ” ปิดท้ายว่าอุปสรรคของสตาร์ตอัพเวลานี้ คือ การให้ค่านิยามผิดๆ ของสตาร์ตอัพ โดยโดยนิยามสตาร์ตอัพ ที่ถูกต้องควรเป็นธุรกิจอะไรก็ได้ ที่มีการกระบวนการทางความคิดในการทำธุรกิจ มีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด สตาร์ตอัพ ไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อระดมทุน ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ กฎหมาย ที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตของสตาร์ตอัพ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559
[caption id="attachment_120800" align="aligncenter" width="500"]
“รัชวุฒิ พิชยาพันธ์” ซีอีโอ “Fixzy” เริ่มเล่าให้ฟังถึงจุดกำเนิดของแอพพลิเคชันหาช่างมืออาชีพ “Fixzy” สตาร์ตอัพ ที่ได้เงินสนับสนุน ระดับ Pre-Seed ( 5 แสน-1 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จากกองทุนไอรยา วีซี
โดยโมเดลบริการบนแพลตฟอร์ม “Fixzy” จะช่วยให้การค้นหาช่างง่ายขึ้น โดยเราจะเป็นคนรวบรวมช่าง ตรวจสอบคุณสมบัติช่าง และเป็นตัวกลางการรับงาน โดยขณะนี้มีช่างที่อยู่บนแพลตฟอร์ม สามารถให้บริการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 2,600 ราย ครอบคลุมบริการตั้งแต่การซ่อมแซม ต่อเติม บ้าน และคอนโดฯ การบำรุงรักษา อาทิ การล้างแอร์ ถึงการจัดหาแม่บ้านทำความสะอาด
โดยขณะนี้มีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิชันไปใช้งานแล้ว 4 หมื่นราย ซึ่งยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตามในแง่ของการใช้งาน มีผู้ใช้ที่มีการใช้งานประจำต่อวันมีอยู่ประมาณหลักร้อยราย มีธุรกรรม หรือทรานแซกชันที่เกิดขึ้น 1,000 รายการต่อวัน ในปี 2558 มีมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นประมาณ 2 ล้านบาท เติบโตขึ้นเท่าตัว และคาดว่าในปีนี้จะเติบโตขึ้นอีกเท่าตัว เป็น 4 ล้านบาท
นอกจากนี้ในปีหน้ายังมีแผนขยายการให้บริการไปยังหัวเมืองใหญ่ อาทิ สุพรรณบุรี นครราชสีมา เชียงใหม่ ภูเก็ต และชลบุรี โดยคาดว่าปี 2560 จะมีช่างให้บริการบนแพลตฟอร์ม Fixzy ราว 5,000 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพ 50% และต่างจังหวัด 50% พร้อมกันนั้นยังมีแผนเปิดให้บริการใหม่ “บริการช่างซ่อมรถ“ ที่ครอบคลุมบริการตั้งแต่การซ่อมบำรุง อาทิ ถ่ายน้ำมันเครื่อง ถึงบริการช่างฉุกเฉิน และบริการรถยก ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจะอยู่ภายใต้บริการ Fixzy หรือ จะอยู่ภายใต้แอพพลิเคชันใหม่นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่าจะสามารถเปิดบริการดังกล่าวในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ราวเดือนมกราคม ปี 2560 โดยขณะนี้ตัวแพลตฟอร์มมีความพร้อมแล้ว ส่วนอู่ซ่อม ได้มีการคัดเลือกเข้ามาในแพลตฟอร์มแล้ว 200 แห่ง
“รัชวุฒิ” ปิดท้ายว่าอุปสรรคของสตาร์ตอัพเวลานี้ คือ การให้ค่านิยามผิดๆ ของสตาร์ตอัพ โดยโดยนิยามสตาร์ตอัพ ที่ถูกต้องควรเป็นธุรกิจอะไรก็ได้ ที่มีการกระบวนการทางความคิดในการทำธุรกิจ มีการนำเทคโนโลยี นวัตกรรมมาใช้ช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด สตาร์ตอัพ ไม่ใช่ธุรกิจที่สร้างขึ้นมาเพื่อระดมทุน ปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือ กฎหมาย ที่ไม่เอื้อประโยชน์ต่อการเติบโตของสตาร์ตอัพ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,220 วันที่ 22-24 ธันวาคม 2559






